[ตอนที่ 3] ...ด้วยความหวังดี... แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเค้าจะรู้สึกดีรึป่าว

Diary / [ตอนที่ 3] ...ด้วยความหวังดี... แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเค้าจะรู้สึกดีรึป่าว

หลังจากวันนั้นพี่เค้าก็กลับไทย แล้วก็คุยกับเราปกติเหมือนที่ผ่าน ช่วงนี้เราก็เลยรวบรวมข้อมูลพี่เค้าไว้ให้เยอะที่สุด 5555

- เกิดวันพฤหัสที่ 1 ต.ค. 2530 ปีเถาะ (ปีเดียวกะแม่เราเลย อิอิ)
- ชอบเล่นกีต้าร์ ชอบร้องเพลง
- ชอบเตะบอล ทีมโปรดคือแมนยู / บีอีซี เทโรศาสน
- เล่นบอลที่ระยองอาทิตย์ละวัน เล่นที่กรุงเทพเสาร์เว้นเสาร์
- ชอบกินปลาดิบ เนื้อวัวอร่อยๆ หมูติดมัน นมเปรี้ยวดัชมิลรสส้มกับสีเขียว ก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่
- ไม่กินกะปิ เต้าหู้ ช็อคโกแลต ไม่ค่อยกินผัก ไม่ค่อยกินกาแฟ (กินกาแฟดำได้)
- ชอบประเทศญี่ปุ่น


ส่วนใหญ่ที่จะคุยถูกคอกันมากที่สุดก็คือเรื่องเที่ยว 555 มีเปรยๆด้วยว่าจะไปโอซาก้ากะเรา คือจริงๆแล้วเราจองตั๋วไป โอซาก้าไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้ราคางามๆ 3,xxx บาท แต่จอกได้ขาไปขาเดียว ตอนแรกว่าจะไปโอซาก้ากลับโตเกียว ไปทีเดียวเอาให้คุ้ม ทีนี้ก็ไม่ได้ตั๋วโตเกียวถูกๆซักที ประกอบกับที่ต้องไปเกาหลีอยู่แล้วก็เลยคิดว่าต้องทิ้งตั๋วโอซาก้าไป แต่พอได้คุยกับพี่เค้า พี่เค้าชอบญี่ปุ่นมากกกกก รู้สึกจะไปมาครบแล้ว (โอซาก้า โตเกียว ฮอกไกโด) แต่ยังไม่เคยไปยูนิเวอร์เซล เราก็เลยลองชวนพี่เค้าดู ถ้าเค้าว่างก็ไปกันสิ้นเดือนเมษา พี่เค้าก็บอกว่าถ้าว่างจะไปอยากไปยูนิเวอร์เซล เข้าทางน้องจร้าาาา อยากให้ไปด้วย ไอ่เราก็ไม่เคยไปกลับหลงอยู่ (ตอนแรกได้ข่าวว่าจะไปคนเดียวนะ 555) แล้วพอคุยไปคุยมาพี่เค้าก็จุดประกายในการไปญี่ปุ่นมาก (คือคิดในใจว่าพี่เค้าไม่ไปก็ไม่เป็นไร ยังไงเราก็ชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปแบบประหยัดๆเอาก็ได้) ก็เลยหาตั๋วจองขากลับไว้ ได้ของนกสกูตมาในราคา JPY19,803 ถือว่ากลางๆ ไม่แพงมาก ที่เหลือก็ไปนอนโฮสเทลเอา (พี่เค้าแนะนำที่พักแถวนัมบะ ใกล้โดทงโบริ คืนละประมาณ 1,000 บาท ชื่อ Khaosan world namba

แล้วก็คุยกับพี่เค้าเรื่อยเปื่อย...


จนมาวันที่ 18/01/2017

ตอนเที่ยงเราก็เดินเล่นตลาดนัดแถวออฟฟิศตามปกติ แล้วเราเคยคุยกับพี่เค้าว่าปีนี้ ปีเถาะชง 100% เราปีม้าชง 50% บังเอิญวันนี้มีร้านเครื่องรางมาขายของเอาไว้พกติดตัว มะเมียให้พก กิเลน ปีเถาะให้พก หมูหรือแพะ แล้วมันก็ไม่แพง อันเล็กๆน่ารัก เราก็เลยซื้อหมูกับกิเลนมา กะว่าจะเอาหมูให้พี่เค้า แล้วกิเลนใช้เอง เอาห้อยที่กระเป๋าตัง แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า จะเอาเจ้าหมูให้พี่เค้าได้ยังไงงง คิดแล้วคิดอีก ทำไงดีน๊าาาาา ลองไปไล่ดูในเฟสพี่เค้าก็ไม่เห็นจะเคยเช็คอินที่หอตัวเองเลย ไม่เห็นมีการพูดถึงที่พักผ่านเฟซเลย ทำไงดีๆๆๆ แล้วไอเดียก็บรรเจิด ส่งไปรษณีย์ให้พี่เค้าดีกว่า แล้วที่อยู่ล่ะจะหาจากไหน ก็เลยคิดในใจว่าลองถามชื่อหอพี่เค้าดูดีกว่า ว่าชื่ออะไร ถ้าพี่เค้าถามว่าอยากรู้ไปทำไม เราก็จะแบบ เดี๋ยวตอนไประยองไง ผ่านหน้าหอจะได้รู้ว่าหอนี้ (555 เหตุผล ปญอ. แต่นี่แค่คิดเฉยๆนะ) ถ้าพี่เค้าไม่ยอมบอกหรือเปลี่ยนเรื่องก็ค่อยไว้หาวิธีอื่น

พอตอนเย็นระหว่างคุยไลน์อยู่นั้นเราก็เนียนๆถามไป ถึงห้องรึยังคะ พี่เค้าก็บอกว่า ถึงแล้วๆ แล้วเราก็หงายการ์ดถามเลย พี่นีโออยู่หออะไรอ่ะ พี่เค้าก็บอกชื่อหอมาเลยจ้า แล้วเราก็รีบเนียนถามเรื่องอื่นก่อน พอดีพี่เค้าบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เราก็เนียนคุยไปเรื่องสุขภาพทันที ว่าถ้ารู้สึกไม่สบายให้กินวิตามินซีเยอะๆ พี่เค้าก็บอกว่าปกติก็กินทุกวันนะ เราก็เลยบอกว่าถ้ารู้สึกกำลังจะไม่สบายหรือว่าไม่สบายอยู่ให้กินมากกว่าปกติไป เพราะวิตามินซีจะช่วยทำให้เซลล์ในร่างกายเราแข็งแรง เป็นเกาะป้องกันเชื้อโรคได้อย่างดี ทำให้ไว้รัสไม่แพร่กระจาย จะได้ไม่เป็นหนักขึ้นกว่าเดิม แล้วก็เลยมาคุยเรื่องสุขภาพต่อ พอดีพี่ที่ออฟฟิศเราเค้าเรียนป.โทด้าน Anti-Aging ซึ่งเป็นศาสตร์การชะลอวัย แล้วก็ได้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องมาเยอะมาก ก็เลยบอกพี่เค้าว่าเวลาเราป่วย แสดงว่าเม็กเลือดขาวเราต้องทำงานหนัก ให้พี่เค้ากินเบต้าจีเพิ่มด้วย (เป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่ง) มันจะช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือกขาวให้มาต่อสู้กับเชื้อโรค หรือไวรัสต่างๆได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญคือมันไม่ใช่ยา ไม่มีผลข้างเคียง แล้วยิ่งคนที่เป็นภูมิแพ้ กินอันนี้ทุกวันก็จะทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นด้วย พี่เค้าก็งงๆ ว่ามันคืออะไร หาซื้อได้ที่ไหน เราก็อธิบายไป ประเด็นมันอยู่ที่ตอนแรกจะส่งแต่เครื่องรางไปให้พี่เค้าเป็นอะไรเล็กๆน้อยๆ แต่พอคุยกันแล้วพี่เค้ารู้สึกไม่สบาย แล้วเราก็มีเบต้าจีที่สั่งจากเว็ปไอเฮิร์บเหลืออยู่กระปุกนึง เพราะว่าเราไม่ได้กินบ่อย แต่ตอนนั้นซื้อตุนไว้เพราะมันลดราคา ก็เลยคิดในใจว่าส่งเครื่องรางไปพร้อมกับเบต้าจีกระปุกนึงดีกว่า (มันจะดูเยอะไปมั้ยน๊าา) และคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราทำด้วยความหวังดีจริงๆ ไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ ไม่ได้หมายความว่าส่งไปให้เพื่อให้พี่เค้าชอบเรา แต่เราเป็นคนที่ชอบให้ ถ้าเราชอบใครแล้วเราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลข้างหน้าจะเป็นยังไง เรารู้สึกว่าปัจจุบัน เราได้ทำสิ่งดีๆให้เค้าแล้ว แค่นี้เราก็มีความสุข เพราะเราเป็นคนแบบนี้ เราจึงลงมือทำโดยไม่ได้ขอความเห็นจากใคร

จากนั้นเราก็เอาชื่อหอพักพี่เค้าไป search ในเน็ตดูว่าที่อยู่คือที่ไหน แล้วก็เจอจ้าาา การตั้งชื่อหอพักคงไม่เหมือนกันหรอกเนาะ เราก็เขียนที่อยู่ตามนั้น ส่วนเลขห้องเราไม่รู้อ่ะ ไม่กล้าถามเดี่ยวพี่เค้ารู้ว่าเราจะส่งของไปให้แล้วจะไม่ยอมให้ส่ง (ถ้าเค้าบอกมาว่าไม่ให้ส่งแล้วเราดันส่งมันคงจะดูไม่ดีแน่ๆ) ก็เลยเขียนชื่อหอพักไปแล้วก็เขียนว่า ไม่ทราบห้อง 555 พร้อมด้วยโน้ตหนึ่งแผ่นเล็กๆเกี่ยวกับเครื่องรางที่เราให้พี่เค้า แล้วก็โน้ตการกินเบต้าจี ว่าต้องกินตอนไหนยังไง พอวันรุ่งขึ้น...


19/01/2017

เราก็รีบตื่นแต่เช้าเอาของไปส่งไปรษณีย์ก่อนไปทำงาน ทำให้วันนั้นไปทำงานไม่สายด้วยจร้าาาา (ปกติเป็นคุณนายสายเสมอ 555) ที่ต้องรีบส่งตอนเช้าเพราะว่าเพื่อให้มันถึงทันวันศุกร์ เพราะเดี๋ยววันเสาร์อาทิตพี่เค้าจะกลับบ้านเค้าที่พิษณุโลก พอส่งเรียบร้อยก็ได้แต่รอวันที่พี่เค้าจะได้รับของ ระหว่างนี้ก็คุยกับพี่เค้าปกติ


วันศุกร์ที่ 20/01/2017

วันนี้เป็นวันที่เราต้องกลับไปทำธุระที่เชียงใหม่ด้วย มัวแต่เร่งเคลียร์งาน จัดการทุกสิ่งอย่างให้พร้อมเดินทาง ก็คุยกับพี่เค้าบ้างเล็กน้อยๆ ในใจก็ตื่นเต้นลุ้นว่าพี่เค้าจะได้ของเรารึยัง จะได้ยังไง คนที่หอจะรู้ใช่มั้ยว่าพี่เค้าอยู่ที่นี่ จะไม่ส่งคืนไปรษณีย์ใช่มั้ย บลาๆๆๆ คิดไปนู่น นี่ นั่น เต็มหัวไปหมด 5555

จนพอถึงตอนเย็น ก็คุยเล่นกับพี่เค้าไปเรื่อยเปื่อย มีคุยเรื่องคอนเสิร์ตด้วย อยากไป SOLS7 อ่ะ ศิลปินน่าดูมากเลย >< แล้วก็งาน Single Fastival พี่เค้าก็ชอบดูคอนเสิร์ตเหมือนกัน อิอิ คอเดียวกันอีกแล้ว ไว้ใกล้ๆจะลองชวนอีกที 555 จนถึงเวลา 15:40 เครื่องก็ออก มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่เจ้าาาา :)

พอถึงเชียงใหม่ เราก็ทักไปหาว่าถึงแล้ว พี่เค้าก็ถามว่ามีคนมารับรึยัง เราก็บอกว่ายังเลย แล้วเราก็เลยถามพี่เค้ากลับไปว่า แล้วพี่นีโอได้รับอะไรบ้างรึยัง พี่เค้าก็บอกว่า รับอะไร งง ฮ่าๆๆๆๆ ไม่งงก็แปลกละ อยู่ๆเราก็พิมพ์ไรไปแบบนั้นก็ไม่รุ้ ก็เลยบอกพี่เค้าว่าถ้าบอกไปห้ามดุนะ พี่เค้าก็ 'อ่าา' (นั่นถือว่าจะไม่ดุเราละกันเนาะ) เราก็เลยบอกพี่เค้าไปว่าเราส่งไปรษณีย์ไปให้พี่เค้าที่หอ ลองไปถามดูเนาะ พี่เค้าก็ดูตกใจอ่ะ ว่าส่งมาถูกได้ไง เราก็เลยบอกว่ามะวานพี่บอกชื่อหอมาไง พี่เค้าก็เลยบอกว่า แค่นั้นนี่รู้เลยหรอ คงจะงงมั้ง 555 หรือไม่ก็คงคิดในใจว่าอินี่น่ากลัว บอกแค่นิดเดียวส่งของมาด้วย จะส่งระเบิดมารึป่าว 555 แล้วพี่เค้าก็นิ่งๆ เงียบๆ หายไปเลย เราก็นั่งดูซีรี่ในมือถือรอญาติมารับที่สนามบินต่อไป

จนหัวค่ำญาติเรามารับที่สนามบิน พี่เค้าก็แบบไม่ค่อยตอบไปเลย เราก็เข้าใจว่าพี่เค้าต้องไม่ชอบที่เราทำแบบนี้แน่ๆเลย เราก็เลยบอกพี่เค้าไปว่าเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ พอดีเดินตลาดแล้วมันเจอเครื่องรางเล็กๆน้อยๆ ก็เลยลองเสี่ยงส่งไปให้ พี่เค้าก็ตอบมาว่า อ่อออ ขอบคุณมากกกกก เราก็เลยบอกไปว่าไม่เป็นไร แล้วก็บอกว่าขอโทดที่ทำอะไรโดยพละการ คราวหลังจะไม่ทำแล้ว พี่เค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไรๆๆ ขอบคุณนะ ส่งมาตั้งแต่วันไหน เราก็บอกว่า ส่งไปมะวานเช้า พี่เค้าก็เงียบไปซักพักใหญ่ๆ แล้วก็บอกว่า แกะละ ใช้ความพยายามแกะระหว่างขับรถ 555 ขอบคุณมากๆๆนะ เราก็บอกไปว่า ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ แล้วขับรถไปไหนอ่ะ พี่เค้าก็บอกว่า เข้ากรุงค้าบ คือเอาจริงๆเราลืมไปเลย ว่าเสาร์-อาทิตย์นี้พี่เค้าต้องกลับบ้านเหมือนกัน ซึ่งพี่เค้าต้องนั่งเครื่องกลับ แล้วทีนี้การจะนั่งเครื่องกลับก็ต้องไปขึ้นเครื่องที่กรุงเทพ เราลืมสนิทจริงๆ...ก็เลยคิดเข้าข้างตัวเองในใจว่า พี่เค้าคงยุ่งกับการเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านแน่ๆ ก็เลยไม่ค่อยได้สนใจเราเท่าไหร่ (มั้ง?) ชีวิตคิดบวกมากๆ 555 แล้วเราก็เลยส่งรูปอาหารที่เรากินไปให้พี่เค้า พี่เค้าก็ชมเราด้วยว่า ถ่ายรูปสวยย เรานี่ยิ้มแก้มปรีเลยจร้าาาาาาาา การที่ชอบใครซักคนมีดีแบบนี้นี่เอง ไม่ต้องมากมาย ไม่ต้องได้รับ แค่ได้ให้ แล้วอะไรเล็กๆน้อยๆก็ทำให้เรามีความสุขมากๆจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ถ่ายรูปการ์ดที่เราเขียนให้พี่เค้าไปในพัสดุส่งมาให้เรา พอได้อ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนไปแล้วตลกตัวเอง 5555 อายเหมือนกันนะเนี่ย >///< เราก็เลยบอกพี่เค้าว่าดีใจที่ชอบ ตอนแรกกลัวพี่จะว่าอ่ะ พี่เค้าก็ตอบ ไม่ว่าาาา เกรงใจ เราก็แบบบบบ กรี๊ดดดดคร่าาาาาาาาา

เราก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วพี่เค้าคิดยังไง แต่เราก็หวังว่าพี่เค้าจะชอบในสิ่งที่เราทำให้จริงๆ หวังแค่นี้คงไม่มากไปใช่มั้ยยย

 

::โปรดติดตามต่อไป::