แว่นกรองแสง ไอเท็มรับมือภัยหน้าจอยุคดิจิทัล

แว่นกรองแสง ไอเท็มรับมือภัยหน้าจอยุคดิจิทัล

Diary / แว่นกรองแสง ไอเท็มรับมือภัยหน้าจอยุคดิจิทัล

ปัจจุบันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือทุกคนใช้เวลากับหน้าจอส่วนตัวมากขึ้น ในยุคก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะมีการใช้อย่างแพร่หลาย การใช้หน้าจอส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เวลากับทีวีพร้อมครอบครัวและมีระยะห่างออกมาจากจอชัดเจน แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามาในยุคปัจจุบัน การใช้งานทีวีก็เริ่มลดลงจนเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่หลายๆ คนมีจอเป็นของตัวเอง เช่น หน้าจอมือถือ หน้าจอแท็บเล็ตหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ทุกคนต่างก็มุ่งความสนใจไปที่สื่อในมือมากขึ้น ไม่ว่าจะดูหนัง ดูซีรีส์ เล่นโซเชียลหรืออ่านข่าว ทำให้ดวงตาของเราได้รับภาระหนัก ยิ่งใกล้มือเราก็ยิ่งใช้ใกล้กับดวงตา และแสงสว่างจากหน้าจออย่าง ‘แสงสีฟ้า’ อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตาล้าก็ทำให้สุขภาพตาของเราแย่ลง ดังนั้นถ้าคุณมีพฤติกรรมที่ติดหน้าจอ ลองหาแว่นตาที่ช่วยกรองแสงสีฟ้าอย่างแว่นกรองแสง ที่เป็นไอเท็มที่เหมาะกับคนยุคนี้

มาทำความรู้จักกับแสงสีฟ้ากันให้ละเอียดขึ้นอีกนิด เพื่อที่จะหาวิธีป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแสงที่เรามองเห็นได้จะอยู่ที่ช่วงความยาวคลื่นประมาณ 400-700 nm ซึ่งแสงสีฟ้าอยู่ที่ช่วงประมาณ 380-480 nm อย่างที่ได้บอกไปว่าเราใช้ชีวิตกับหน้าจอวันหนึ่งอาจมากกว่า 8 ชั่วโมงหรือมากกว่า ซึ่งเมื่อเราจ้องหน้าจอนานๆ ก็จะเกิดภาวะตาล้า ตาแห้ง ปวดตา ปวดหัว นอนหลับไม่สนิท ส่งผลให้วันนั้นทั้งวันรู้สึกไม่มีสมาธิไปทั้งวันและเมื่อเราได้รับแสงสีฟ้ามากๆ ก็อาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งแสงสีฟ้าจะทำให้เซลล์ในจอประสาทตาค่อยๆ เสื่อมเนื่องจากอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งานหน้าจอจะคอยเข้าไปทำลายเซลล์ในจอประสาทตา ร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นเสียการมองเห็น 

 

ซึ่งวิธีป้องกันสามารถทำได้ตั้งแต่ลดความสว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์ ติดฟิล์มลดแสง หรือหากจำเป็นต้องใช้งานหน้าจอจริงๆ แว่นกรองแสงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้รับแสงสีฟ้าน้อยลง ปัจจุบันมีแว่นกรองแสงให้เลือกมากมายในท้องตลาด โดยเราสามารถเปลี่ยนมาใช้เลนซ์ชนิดนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งประโยชน์ของแว่นกรองแสงช่วยป้องกันดวงตาจากแสงสีฟ้าที่มีแหล่งกำเนิดมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ตั้งแต่ หน้าจอโทรศัพท์มือถือไปจนถึงหลอดไฟ ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องทำงานกับหน้าจอหรือต้องใช้หน้าจอเป็นเวลานานๆ ควรหาแว่นกรองแสงมาติดตัว

 

ไม่ใช่แค่การเลือกหาแว่นที่ทำหน้าที่กรองแสงแต่การดูแลตัวเองนอกเหนือจากนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็น อย่างเช่น พักสายตาทุก 20 นาที ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ทานผักผลไม้สีเหลืองส้มบำรุงสายตา หรือเลือกทานอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงดวงตา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ดวงตาอยู่กับเราไปนานๆ