ไฟนอลปี 2562

Diary / ไฟนอลปี 2562

สวัสดีไดอารี่!
เผลอแปปเดียว...ก็กลางเดือนพฤศจิกายนแล้ว
เรากำลังจะทำงานครบปีแล้วเหรอเนี่ย
-เวลาผ่านไปเร็วมาก-

วันนี้จะมาเล่าชีวิตในช่วงนี้ให้ฟัง:

1. งาน

ช่วงนี้ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมทุกวันจันทร์
ก็จะได้บรรยากาศของการทำงานอีกแบบหนึ่ง
-ต่างจากปกติ ที่นั่งทำงานหน้าคอมและเสนอแฟ้มงานผ่านสายบังคับบัญชา-

งานอบรมซึ่งจัดโดยฝ่ายงานของเราก็ได้ผ่านพ้นไป
จำนวน 5 งานตามจังหวัดต่าง ๆ
ทุกคนเหนื่อยกับงานนี้กันมาก เราก็เช่นกัน
-ครั้งแรกๆที่ไปรู้สึกแปลกๆกับการนั่งเครื่องบินไปทำงาน แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้ว-

งานฟ้องคดีก็ยังคงรอคอยพนักงานอัยการติดต่อกลับมา
ส่วนอีกรายหนึ่งที่ทำฟ้องใกล้เสร็จแล้ว -ขาดแค่การคำนวณตัวเงิน-
เมื่อวานก็ขออนุญาตหัวหน้าชะลอไว้ เพราะปัจจัยหลายๆอย่าง
หลักๆเลยคือ เขาแสดงให้เราเชื่อมั่นว่าเขาจะชำระให้ครบถ้วนได้แน่ๆ

 

2. อาหาร

ทุกเช้าก็จะต้องวิ่งไปทำงาน -ไปให้ทันสแกนนิ้วเข้าทำงาน-
วิ่งจากหอ วิ่งในซอย วิ่งบนฟุตบาทไปขึ้นบันไดสถานีรถไฟฟ้า
ใช่ เดินขึ้นบันไดเลื่อน กระโจนเข้าติ๊ดบัตร เดินขึ้นบันไดอีก
วิ่งตามรถไฟฟ้า วิ่งออกจากรถไฟฟ้า วิ่งลงบันได
วิ่งระหว่างทางก่อนไปถึงอาคารสำนักงาน

วิ่งทุกเช้า มีวินัยจริงๆ เรื่องตื่นช้านี่ขอให้บอก -จะพยายามคุมเวลาให้มากขึ้น-
หมายถึงตื่นเช้าขึ้น? เปล่า ลดเวลาการเขียนคิ้วที่ห้อง ไปเขียนที่ที่ทำงานเลย
-น่าจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แต่ถ้าจำเป็นก็คงต้องทำแบบนั้น-

ตอนเช้าจึงมีความปรารถนาจะได้ทานของอร่อย!
ปกติ เซทอาหารเช้าจะซื้อในเซเว่นของอาคารข้างๆ
มักจะประกอบด้วย

แซนวิช -ต้องเป็นชนิดครัวซองค์ด้วย-, นม/น้ำผลไม้ -อย่างใดอย่างหนึ่ง-, น้ำเปล่า
หรือ โยเกิร์ต, ซีเรียล -น้องไก่ kellogg, กล้วยเซเว่น, น้ำเปล่า
หรือถ้าขยันก็จะทำ patty หมู -ทำเองฟินมาก!-, หอมใหญ่ผัดเนย, พริกหวานจี่, ไข่ดาว, นม, น้ำเปล่า
 
ตอนกลางวันก็จะกินแบบยาจกหน่อย -บางครั้ง!-
ช่วงนี้มีร้านประจำที่เขาเปลี่ยนเมนูทุกวัน บรรยากาศในร้านสบายๆ คนไม่เยอะ ไม่ร้อน เจ้าของร้านน่ารัก
ก็จะกินข้าวราดแกง -ซึ่งไม่เคยกินแกงเลย อ้อ! ไก่ผัดขิงร้านนี้อร่อยมาก-
ถ้าวันไหนรู้สึกอยากกินของหวานๆ ก็ไม่พลาดหลังอาหาร
จะหาซื้อชานม/โกโก้เย็น/เครปกล้วยนูเทลล่า -อร่อยมาก- มาสนองกิเลสตัวเอง

ตอนเย็นจะกินอย่างราชา!!!
มักจะได้ไปกินมื้อเย็นกับคุณพ่อคุณแม่และพี่น้อง ตามร้านอาหารต่างๆ
ไม่งั้นก็จะได้เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาลัยชวนไปกิน
ถ้าไม่มีใครชวน ก็ไปหาของแพงๆกินอีก! ตามใจปากที่สุดสำหรับมื้อเย็น -ซึ่งไม่ควรเลย!-
มีลิสต์ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ร้านขนมที่อยากไปยาวเป็นหางว่าว
ล่าสุดเมื่อวาน ไปชิมชีสซี่ทงคัตสึของร้านหนึ่งมา อร่อยมาก! -ดีต่อใจจริงๆ-

อ้อ! แล้วถ้าไม่ได้ไปกินข้างนอก
ทำเองคือตัวเลือกที่ชอบมากถ้ามีเวลาให้ซื้อวัตถุดิบและเวลาทำอาหาร
เมื่อวันจันทร์ค้นพบว่าตัวเองทำ ของต้มๆ สำเร็จเป็นเมนูอร่อยเป็นครั้งแรก
หลังจากทำไม่อร่อยมาสองครั้ง -ไม่อร่อยแค่ไหนเหรอ, เททิ้งเลย-
วันจันทร์ทำเมนู อุด้งซุปหอมใหญ่ใส่ไข่ลวก !!!
วันอังคารทำเมนู หมูผัดมะเขือเทศใส่ไข่ท็อปปิ้งด้วยกุ้งพร้อมพริกหวาน -เพิ่ม texture กรอบๆในจาน-

นี่ว่าพรุ่งนี้จะลองทำ ข้าวผัด อีกครั้ง หลังจากทำข้าวผัดมาสองครั้ง
ครั้งแรก ข้าวเละ ไม่อร่อย ส่วนครั้งที่สอง ข้าวแห้งแข็ง รสชาติจืดชืด
พรุ่งนี้จะต้องทำให้อร่อยให้ได้!!! ฮ่าๆ -ดูมุ่งมั่นชะมัด...กับเรื่องกินน่ะ-

 

3. การเดินทาง

หลังเลิกงานนั่งรถเมล์กลับบ้านมาได้ประมาณสองเดือน
ค้นพบหลังจากนั่งคุยกับเพื่อนว่า ไม่ได้ประหยัดเงินเท่าไหร่ด้วย
และไม่ได้เป็นการประหยัดเวลาเลย! -ได้รับมลพิษเป็นของแถมอีกต่างหาก-
วันนี้ก็เลยตัดสินใจว่า กลับไปนั่งรถไฟฟ้า...เหมือนเดิมละกัน
แพงกว่านิดหน่อย สะดวก เย็น เร็วและสถานีใกล้หอมากกว่าที่รถเมล์จอด

นั่งรถไฟฟ้าเป็นหลัก นั่งรถเมล์เมื่ออยากไปที่แปลกๆละกัน ฮ่าๆ

 

4. การเรียนรู้

ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือวิชาการอยู่หลายเล่ม อยากฝึกภาษาอังกฤษให้เยอะกว่านี้
ค้นพบว่าตัวเองชอบจำสลับสับสน รีบด่วนลงความเห็นมากเวลาอ่านหนังสือ
มีด้วยกันอยู่หลายคำ ที่อ่านคำหนึ่ง แต่หัวนึกไปถึงอีกคำหนึ่ง
-ซึ่งใกล้เคียงกัน แต่ไม่มาก...-

ถ้าแก้ข้อนี้ และเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ได้ก็จะดีมากๆ

เช่น

ramification (การแยกเป็นสาขา) นี่อ่านแล้วคิดไปถึงคำว่า ratification (การให้สัตยาบัน)
persevere (บากบั่น/พากเพียร) นี่อ่านแล้วคิดไปถึงคำว่า sincere (ความจริงใจ)
stimulation (การกระตุ้น) นี่อ่านแล้วคิดไปถึงคำว่า stipulation (การกำหนด/การระบุ)

ฯลฯ -มีอีกเยอะ-

อยากไปเรียนต่อก็ต้องสู้นะ!

 

5. สิ่งที่สนใจ

ช่วงนี้ก็ติดฟังเพลง ฟังทั้งไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี
แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงเก่าๆ -ประมาณ 2000s- 
เพลงใหม่ๆก็มีแค่ของ James Blunt ที่ได้พรีออเดอร์ไปนานแล้ว
-ของกว่าจะมาก็คงจะลืมไปแล้ว!-

ส่วนอนิเมะที่ดูทุกสัปดาห์ก็สนุกมากจนน้ำตาไหลไปหลายรอบ
และล่าสุดก็น้ำตาไหลอีกรอบ เพราะรู้สึกโดดเดี่ยวชะมัด
แต่พอดูต่อมา อ้าว ไม่ได้เป็นอย่างนั้นนี่หน่า -โล่งใจจัง-

ส่วนหนังสืออ่านเล่นตอนนี้ที่อ่านแล้วติดที่สุดก็คงจะไม่พ้น
ปัญญา ชา จีน เป็นการเล่าประวัติศาสตร์จีนผ่านบุคคลสำคัญต่างๆ
อ่านแล้วอยากไปเที่ยวประเทศจีนเลย อินมากจนอยากจะหาคัมภีร์มาอ่าน
ไม่รู้จะมีใครแปลเป็นภาษาไทยไหม -ยังไม่เคยลองค้นหา-

 

ประมาณนี้แหละ
ชีวิตเราคงจะเริ่มชินกับความรู้สึกต่างๆแล้วล่ะมั้ง
ความรู้สึกที่ต้องจากลากับใครสักคน
คนที่ที่ทำงานล่าสุดออกไปอีกหนึ่งคน

ผ่านไปไวจนคนหายไปเยอะขนาดนี้เลยหรอ...

 

 

เมื่อคืนก็เหมือนจะฝันร้ายนิดหน่อย
เห็นว่า เขาเขียนจดหมายถึงเรา
ทำนองว่า ตัดใจจากเขาเถอะ เรื่องของเรามันเป็นแค่จินตนาการของเรา
-จริงเสียยิ่งกว่าจริง-
ขนาดคุยยังไม่เคยคุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องวิชาการเลย

 

เป็นกำลังใจให้เสมอ! -ให้ตัวเอง-

 

(15 พฤศจิกายน 2562)