เทคนิควางแผนเลือกซื้อประกันสูงอายุ

Diary / เทคนิควางแผนเลือกซื้อประกันสูงอายุ

ประกันสูงอายุ วางแผนดีมีแต่ได้กับได้

การทำประกันสูงอายุ เป็นการทำประกันเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับตัวผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่เจ็บป่วยและมีโรคภัยไข้เจ็บมากกว่าบุคคลในวัยหนุ่มสาว ซึ่งหากผู้สูงอายุมีอาการเจ็บป่วยขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบต่อเงินออมที่ต้องถูกนำไปใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ดังนั้นหากมีประกันผู้สูงอายุแล้ว จะช่วยทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายตรงส่วนของการรักษลงไปได้ และยังมีโอกาสได้รับเงินชดเชยกรณีที่ผู้สูงอายุเสียชีวิต (ตามเงื่อนไของแต่ละสัญญาประกัน) อีกทั้งยังนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ปัจจุบันมีบริษัทประกันหลายแห่งมีแบบประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไว้มากมาย ซึ่งแน่นอนหากจะตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

 

 

ปัจจัยหลักในการเลือกทำประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุ 

ปัจจัยแรก คือ อายุของผู้ทำประกัน

โดยส่วนมากแล้วจะกำหนดอายุไว้ระหว่าง 50-70 ปี (ซึ่งอาจคาบเกี่ยวกับประกันประเภทอื่นทำให้เกิดความสับสนได้) และไม่ต้องตรวจสุขภาพและตอบคำถามสุขภาพ

ปัจจัยที่สอง คือ เป้าหมายในการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง แนวทางแรกคือ แบบเน้นความคุ้มครอง ซึ่งจะมีทั้งการจ่ายเงินประกันกรณีที่มีการเสียชีวิตและการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ส่วนแนวทางที่สองคือ แบบสะสมทรัพย์ เป็นการจ่ายเบี้ยประกันไว้สะสมเงินก้อน โดยจะได้เงินก้อนคืนเมื่อครบสัญญาหรือหากผู้สูงอายุเสียชีวิตก่อน ลูกหลานก็จะได้เงินปันผลเป็นเงินก้อนไว้ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่สาม คือ วงเงินเอาประกัน

วงเงินเอาประกันคือจำนวนเงินที่บริษัทประกันอนุมัติ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะสอดคล้องกับเบี้ยประกันสูงอายุที่ต้องจ่าย หากจ่ายเยอะก็จะได้รับความคุ้มครองที่สูงและได้เงินเอาประกันสูงเมื่อเป็นไปตามข้อตกลง ขณะเดียวกันแบบประกันผู้สูงอายุจะจ่ายคืนให้ในช่วงอายุปีตามสัญญา ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้ขึ้นอยู่กับความพอใจและกำลังจ่ายของผู้ทำประกัน

ปัจจัยที่สี่ คือ การลดหย่อนภาษี

ปัจจุบันประกันสุขภาพผู้สูงอายุสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้บ้างแล้วโดยการลดหย่อนภาษีนี้ได้ทั้งตัว ผู้ที่ดูแลซึ่งอาจจะเป็นลูกหลานที่ทำประกันผู้สูงอายุให้พ่อแม่ หรือพ่อแม่ทำให้ตัวท่านเอง ก็ถือเป็นการออมเช่นกัน ซึ่งการลดหย่อนภาษีเป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักที่บริษัทประกันนำมาจูงใจลูกค้า

นอกจากนี้ยังต้องศึกษาสัญญาแนบท้ายและรายละเอียดอื่นๆอีก ที่สำคัญคือ อัตราเบี้ยประกันผู้สูงอายุ ที่แต่ละบริษัทก็จะคิดอัตราที่แตกต่างออกไปบ้าง ยกตัวอย่าง เมืองไทยวัยเก๋า (จาก บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต) : เบี้ยประกันผู้สูงอายุขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และแผนความคุ้มครองที่เลือก, อาวุโสโอเค (จาก บริษัท AIA) : เบี้ยประกันคงที่ตลอดอายุสัญญา, สูงวัยสุขใจ (จาก บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา) : เบี้ยคงที่ตลอดสัญญาเช่นเดียวกัน ดังนั้นเบี้ย ประกันสูงอายุ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการซื้อประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งสัมพันธ์กับการประเมินสภาพทางการเงินของผู้ชำระเบี้ยประกันและวางแผนจ่ายเบี้ยประกันให้ครบตามสัญญา เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์กลับมาให้คุ้มค่ามากที่สุด