4  technique ง่าย ๆ ที่ช่วยเสริมเติมศักยภาพในการหาและสมัครงาน

4 technique ง่าย ๆ ที่ช่วยเสริมเติมศักยภาพในการหาและสมัครงาน

Diary / 4 technique ง่าย ๆ ที่ช่วยเสริมเติมศักยภาพในการหาและสมัครงาน

สำหรับเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ หรือ “New grads” ทั้งหลายแหล่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์การสมัครพนักงานหรือผ่านโลกกระบวนการทำงานจริงๆ มาก่อน ความผิดหวังจากการสมัครพนักงานบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ มีผลกระทบต่อหัวใจอย่างลึกซึ้ง ก็เพราะเหตุการณ์นี้มันก็คือการต่อว่าดอยู่ใน ‘ช่องว่าง’ อันเคว้งคว้างระหว่างการเป็นเด็กและการเจริญวัยเป็นผู้ใหญ่ที่มีงานทำ สามารถรับผิดชอบตนเองได้ นำมาซึ่งความกดดันและปัญหาที่กลุ้มรุมบั่นทอนความมั่นใจและแรงใจจนถดถอย

ในช่วงที่พึ่งจะจบการศึกษา ผมก็เป็นเยี่ยมใน New grads ที่จะต้องพบเจอกับภาวะกดดันยังงั้นเช่นเดียวกัน ความผิดหวังจากการรอคอยอย่างไร้จุดมุ่งหมายจากการสมัครพนักงานบริษัทไปกว่า 10 แห่ง ในช่วงเวลากว่า 3 เดือน (ผมมานะเลือกงานที่ตรงกับความรู้ความเข้าใจของตนซึ่งในช่วงนั้นมีเปิดรับสมัครเพียงแต่ไม่กี่ที่) ไม่มีการต่อว่าดต่อกลับมาเลย ผมย้ำถามตนเองบ่อยๆ อยู่แรมเดือนจนถึงขนาดเสียน้ำตาว่าเพราะอะไรมิได้งานสักที ทั้งยังๆ ที่ก็มีความรู้สึกว่าเราเองก็มีความรู้ความเข้าใจพอที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้ จนในสักวันหนึ่ง ท่ามกลางปัญหาร้อยพันที่ผุดขึ้นมาในใจ มีหนึ่งปัญหาที่ฉุดดึงสติและผลักผมออกมาจากวังวนความคิดสู่การลงมือกระทำ

 

1.เป็นตัวของตน (เปิดเผยออกมาเลย)

ในเวลาสัมภาษณ์งาน เราควรที่ควรเป็นตัวของตนให้ได้สูงที่สุด ก็เพราะว่าผู้ว่าจ้างเขาปรารถนาทราบดีว่าเขาจะสามารถมุ่งหมายอะไรได้จากเราบ้าง ด้วยเหตุนี้เราควรที่จำเป็นต้องแสดงความเป็นจริงใจและเป็นต้วเอง รอยยิ้มแบบปลอมๆ และคำตอบแบบให้คนฟังปรารถนาว่าจ้างเรานั้นก็ควรที่จะน้อยลงไปบ้าง


2. ประวัติแบบย่อจำเป็นต้องสั้นกระชับและได้เนื้อความ

การแนบประวัติแบบย่อและพอร์ตแบบอย่างงานที่เคยทำมาด้วยซ้ำนั้นเกิดเรื่องที่ดี ก็เพราะจะยิ่งส่งผลให้วินิจฉัยได้ง่ายมากยิ่งขึ้นว่าผู้สมัครคนนี้มีความรู้และความเข้าใจเท่าไร ถ้าตรงใจก็เรียกมาสัมภาษณ์ ถ้ามีความรู้สึกว่ายังไม่โอเคก็แยกย้ายทางใครทางมัน การแนบประวัติแบบย่อหรือพอร์ตงานนั้นมีเนื้อหาที่ควรปฏิบัติตาม

ประวัติแบบย่อเสนอแนะตนเองควรกระชับมองเห็นแล้วรู้เรื่องง่าย และมีความงดงามสักหน่อยนึง ชนิดพิมพ์ใส่กระดาษ A4 แล้วส่งมาเลยนี่อย่าทำ ดูมองไม่เห็นถึงความเอาใจใส่สำหรับการเล่าความเป็นมาของตน

ประวัติแบบย่อ ควรใส่แต่ความต้องการต่อการดำเนินงานจริงๆ ความรู้ความเข้าใจพิเศษชนิดรำไทย หรือรางวัลคัดลายมือดีโดดเด่นตอน ม.ปลายไม่จำเป็นต้องใส่มาเลยไม่ส่งผล

3. สร้างความซาบซึ้ง

เมื่อได้รับการตอบกลับจากบริษัทเพื่อจะมาสัมภาษณ์ ทำยังไงให้เป็นที่สะดุดตา น่าจดจำ เมื่อผู้เข้าสมัครมิได้มีแค่คุณเพียงผู้เดียว ขั้นแรกควรเริ่มจากสิ่งที่ทำเป็นกล้วยๆ อย่าง “รอยยิ้ม” แน่ๆว่าไม่มีผู้ใดอยากรวมงานกับคนทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่เสมอเวลา และเพื่อจะไม่ให้การสัมภาษณ์ตรึงเครียดเกินความจำเป็น การชวนคุยเรี่ยรายก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าคุณเป็นคนอัธยาศัยดี

 

4. ถ้ามี Cover Letter หรือ จดหมายสมัครงานยิ่งน่าพอใจ

หลายๆคนสงสัยว่า Cover Letter หรือ จดหมายสมัครงานนั้นเช่นเดียวกับ resume’ หรือเปล่า ข้อเท็จจริงผิดแผก จดหมายสมัครงาน จะเป็นการชี้แนะตนเองคร่าวๆ เพื่อที่จะให้ทางบริษัทรู้จุดประสงค์ของการมาสมัครงานในตำแหน่งนี้ รวมทั้งเป็นการบอกประสบการณ์ในการทำงานหรือการเล่าเรียนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาของคุณ ซึ่งบอกให้เห็นถึงคุณลักษณะอะไรที่คุณมี และจะก่อให้บริษัทเลือกคุณมาปฏิบัติงาน  สำคัญอีกว่าภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาที่สุภาพเรียบร้อยที่ใช้ภาษาเป็นทางการ และที่สำคัญถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษที่ถูกหลักแกรมม่า ไวยากรณ์ได้ ยิ่งนำมาซึ่งการทำให้ percent การได้เข้าปฏิบัติงานสูงขึ้น


การถูกปฏิเสธจากบริษัท ทั้งยังไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์หรือเรียกไปสัมภาษณ์สุดแท้แต่ถูกปฎิเสธไม่รับเข้าทำงานคือเรื่องธรรดาที่คนกำลังหางานจำเป็นจะต้องเจอ สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำก็คือวิเคราะห์ว่าข้อบกพร่องเป็นอย่างไร ดังเช่นว่า  resume' ของเรายังไม่น่าพึงพอใจหรือทำอะไรพลาดระหว่างสัมภาษณ์ และก็พัฒนามันให้เจริญก้าวหน้าในครั้งถัดไป หรืออาจไม่ใช่เพราะว่าความรู้ความเข้าใจของเราไม่พอ แต่เป็นเพราะว่าเราไม่เหมาะสมกับบริษัทหรือตำแหน่งพวกนั้นต่างหาก การพลาดจากงานนี้ มิได้แสดงว่าเราจะพลาดต่อเนื่องไป การบรรลุผลจะมาหาผู้ที่มีความบากบั่นและไม่ย่อท้อเสมอ