MIDYEAR

Diary / MIDYEAR

สวัสดีไดอารี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ
จะเล่าไทม์ไลน์หลังจากเป็นมนุษย์หางาน 2018 ในไดอารี่ครั้งที่แล้ว

หลังจากนั้นไม่นานก็สอบบรรจุได้เข้าเป็นพนักงานองค์กรของรัฐ
สัมภาษณ์เดือนพฤศจิกายน 2018 แล้วก็บรรจุเมื่อต้นปี 2019 นี่เอง
จนถึงตอนนี้ก็คือพ้นช่วงเวลาทดลองปฏิบัติงานหกเดือนแล้ว
(ส่วนผ่านไม่ผ่านนั่นเป็นอีกเรื่องนะ)

ที่ทำงานนี่ให้บรรยากาศแตกต่างจากกรมฯ และสำนักงานทนายความมาก
ที่นี่เงียบมาก ตอนมาแรกๆ แค่หายใจยังรู้สึกผิดเลย
ตอนนั้นก็เลยคิดถึงพี่ๆที่กรมฯ กับที่สำนักงานทนายความมาก

'เราเป็นสำนักกฎหมายก็ต้องเงียบแบบนี้แหละ
เพราะทุกคนมีงานต้องทำ'

ฉันไม่เคยทำงานกฎหมายที่อื่นมาก่อน
อีกอย่างที่กรมฯ กับสำนักงานทนายความที่ฉันเคยฝึกงาน
ก็คงเป็น ข้อยกเว้น (exception) ของสำนักกฎหมายในกระแสหลักล่ะมั้ง

ก็เลยกลายเป็นว่าฉันอยู่ในสำนักที่เงียบที่สุดสำนักหนึ่งเลย
เพื่อนๆที่รู้จักกันตอนอบรมพนักงานใหม่มักจะถามฉันว่า

'สำนักดูเงียบจัง เขาคุยกันบ้างไหม'

ครั้นจะตอบว่าไม่เลยก็ไม่ใช่นะ เขาคุยกันแหละ แต่น้อยมากกว่าที่เราเคยเจอ

เราคงยังไม่เข้าใจพวกเขาเอง

ผ่านไปก็เรียนรู้อีกว่า การสนทนากันนำมาซึ่งความทุกข์
แค่เพียงจะแสดงความคิดเห็นหรือพูดคุย เขาก็ไม่อยากฟังแล้ว
เป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน

พี่ๆเขาก็แนะนำให้พูดน้อยๆ ฟังให้มากๆ

ฉันก็ยังเป็นคนพูดมากอยู่ดี

หลังจากนั้น ก็มีหนังสือเชิญไปอบรมที่มธ.
แน่นอน ฉันไปอบรมครั้งนี้...เพราะคิดว่าจะได้เจออาจารย์ท่านนั้น
เป็นอบรมยาวประมาณ 2 เดือน (ต้นมิถุนายน-ต้นสิงหาคม)
เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีน้องฝึกงานมาฝึกงานที่สำนัก
เราเลยได้ออกจากที่ทำงานพร้อมน้อง (ช่วง 16.30)
จากที่ปกติออกช้ามากๆ (17.00 ขึ้นไป ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรเหมือนกัน)

ได้ค้นพบว่า
อ่าห์ น้องเขาพูดเก่งเป็นบ้า
ส่วนฉันเรียกว่าพูดมาก 

อ่าห์ และสำนักเงียบมาก

อ่าห์ แล้วเราคุยกันมาก

ทายสิ ว่าอะไรจะเกิดขึ้น =_,= บึ้มมมม

 

นั่นแหละ ยัยน้องนั่นเป็นเด็กผู้ชายที่พูดเก่งเป็นบ้า
ดูชอบฟังเพลงมากๆ นี่ฉันก็ได้เพลงเพราะๆจากยัยนี่เยอะเลย
อ้อ ที่เรียกว่าเป็นเด็กผู้ชายเพราะน้องเขาดูเด็กมากกกกก ก.ล้านตัว
(ทั้งที่จริงๆแล้วไม่เด็ก คือ เป็นผู้ชายกำลังจะขึ้นปีสี่แล้วนะว้อย)

เท้าความก่อนหลังจากที่รู้จักรุ่นน้องคนนึงที่เด็กกว่าปีนึง
น้องผู้หญิงคนนี้มี soft skill ที่น่าทึ่งมากอันนึงคือ
สกิลการสังเกตและเก็บรายละเอียด

ทำให้รู้สึกว่าเออ ไหนลองสังเกตดูบ้างซิ

แต่ก็พบว่าฉันโฟกัสสิ่งต่างๆรอบตัวได้ไม่ดีพอ
ก็จะใช้ความรู้สึกว่า ลองสังเกตดูซิ (สะกดจิตตัวเองชัดๆ)
อ่าห์ พบว่า ยากอยู่ดี............

 

แต่นับว่าเป็นสกิลที่น่าสนใจมากๆ
ทุกอย่างมันจะดูชัดขึ้นเป็นห้วงๆ พอมันชัดก็จะรับรู้ความรู้สึกได้ชัดขึ้น

ก็ลองสังเกตยัยนั่นดู
วันแรกที่เลี้ยงข้าวยัยนั่น
งงมากที่อยู่ๆน้องไปซื้อสตรอเบอร์รี่ปั่นหวานน้อยมาให้
(จริงๆคือแอบตกใจมากกว่า รู้ได้ไงฟ่ะ)
น้องตอบแค่ว่า 'คิดว่าพี่กินหวานน้อย'

สังเกตแล้วก็งงๆ อะไรของแกฟ่ะ ไม่เห็นเข้าใจอะไรขึ้นเลย

นอกจากเรื่องกฎหมาย เกม เพลง หนัง ฟุตบอล ชีวิตทั่วไป
ก็จะเม้าท์กับยัยน้องนี่เรื่องของกินนี่แหละ
พอมานึกดูดีๆ แล้วก็พบว่าเราคุยอะไรกันขนาดนั้นฟะ
และพบว่า อ่าห์ ชั้นยังไม่ได้กินอะไรอีกเยอะเลยแฮะ -_,-

แค่คิดว่าน้องจะฝึกงานจบก็คงไม่ได้พูดเยอะๆแบบนี้แล้วก็...

เพลง Rocketeers แล่นขึ้นจางๆในความรู้สึก.....

 

ไม่เป็นไรหรอก

 

 

อ่อ แล้วก็รุ่นพี่ที่รู้จักกันตั้งแต่อบรมพนักงานใหม่ 'กำลังจะย้ายออกไป'
คือเป็นรุ่นพี่ที่สนิทมากที่สุดในสำนักแล้วแหละ
โทนการคุยก็จะไม่เหมือนรุ่นพี่คนอื่นในสำนักเลย
เช่น กฎหมาย เกม การเมือง สังคมศาสตร์ ปรัชญา ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น อนิเมะ มังงะ ฯลฯ
พี่เขาเป็นอีกคนที่น่าทึ่งมากอีกคนเช่นกัน

กล่าวโดยย่อ ภาษาเป็นเลิศ อธิบายสิ่งต่างๆด้วยมิติทางการเมืองได้คมคายมาก
เป็นคันจิเลิฟเวอร์เหมือนกัน เหมือนผู้หญิงที่หลุดมาจากอนิเมะมาก
โอ้ย มีหลายคำอธิบายมาก 5555

คือโคตรช็อคตอนเขามาบอกว่าอืมห์ พี่จะย้ายไปแล้วนะ

.
.
.
วันนั้นหลังจากที่ยัยน้องรู้ด้วยก็มีบทสนทนาอันนึงที่โคตรดราม่า(ในความคิดของฉัน)
เรากินข้าวอยู่ด้วยกันสามคน ยัยน้องนั่น และพี่คนนี้

ยัยน้อง: ชี้ไปที่พี่คนนั้น 'พี่(ชื่อพี่คนนั้น)ไป'
เว้นวรรคครู่นึง
ยัยน้อง: ชี้มาที่ตัวเอง 'ผมไป'
ยัยน้อง: 'แล้วพี่(ชื่อเรา)อ่ะ...'

 

เออ นั่นดิ จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันควรรู้สึกอะไรยังไง

 

 

เป็นบทสนทนาที่มีแต่ข้อความคิดนั่นๆนี่ๆลอยในอากาศเต็มไปหมด
จนไม่รู้จะพูดอะไร

 

มีแว๊บนึงที่คิดขึ้นมาว่า
เวลานี้กำลังจะผ่านไปแล้วหรอ
ไม่เคยคิดถึงวันแบบนี้มาก่อนเลยนะ
ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเร็วมาก

 

สิ้นเดือนกรกฎาคม 2019 นี้
คงมีทั้งความรู้สึกสุขที่สุดและเศร้าที่สุดพร้อมๆกันแน่ๆ

ร้องไห้ก่อนเลยดีกว่า

 

ยิ่งโตยิ่งเชื่อว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าปัจจุบัน แล้ว

 

ขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้ได้รู้จักกัน
มันไม่มีเวลาอื่นที่จะเป็นแบบนี้ได้อีกแล้ว
มีแต่ปัจจุบันเท่านั้น

 

ขอบคุณมากๆที่เป็นกำลังใจให้ฉัน