ผ้าม่านกันแสง มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

ผ้าม่านกันแสง มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

Diary / ผ้าม่านกันแสง มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

ผ้าม่านกันแสง ผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่านในเมืองไทยอย่างยิ่ง

ผ้าม่านกันแสง (หรือบางคนอาจจะเรียกว่าผ้าม่านกันแดดหรือผ้าม่านกันUV) เหมาะใช้ในประเทศไทยอย่างยิ่งเพราะเมืองไทยเป็นประเทศอากาศร้อนและโดนแสงแดดจัด ผ้าม่านกันแสงจะสามารถป้องกันทั้งความแสงแดดและความร้อนได้ดีกว่าผ้าม่านทั่วไป ทำให้แสงแดดและความร้อนของรังสี Ultraviolet ลอดเข้าในบ้านได้ในปริมาณน้อย  การติดผ้าม่านกันUVทำให้เราได้ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายแอร์และค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการลดภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพเราและผู้อื่นรอบตัวเรา

ผ้าม่านกันแสง สีชมพู หวานแหวว

ผ้าม่านกันแสงUVเป็นผ้าม่านหลุยส์ สีชมพู มีเชิงทูโทน ลายปัก ภาพคอนเซ็ปต์จาก Pinterest

ผ้าม่านกันแสง มีชนิดอะไรบ้าง? ผ้าม่านกันUV มีหลากหลายประเภท คุณภาพของผ้าม่านกันUVอยุ่ที่ความหนาและจำนวนเส้น การประเมินราคาผ้าต้องมองที่น้ำหนักและหน้ากว้างของผ้าเพราะผ้าม่านกันUVแต่ละรุ่นจะมีน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน ผ้าม่านกันUVจะมีทั้งแบบสีพื้นและมีลวดลาย เหมือนผ้าม่านรุ่นปกติทั่วไป มีดีไซน์แบบลายในตัวเล็กๆ ลายโมเดิร์น ลายปัก ลายหลุยส์ ลายวินเทจ เป็นต้น เมื่อก่อนนี้ ผ้าม่านกันUVจะใช้เป็นแบบเคลือบโฟมซ้อนด้านหลัง แต่โดยที่อายุการใช้งานของผ้าม่านเคลือบโฟมจะไม่ค่อยยาวและยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัสดุโฟม ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดไปสู่การใช้เป็นผ้าม่านกันUVแบบชนิดทอเส้นด้ายสีดำแทน ซึ่งเป็นชนิดผ้าที่ปลอดภัยและมีอายุการใช้งานนาน ผ้าม่านที่ทอด้วยเส้นด้ายสีดำนี้ คือเส้นด้ายที่ป้องกันความร้อนและแสงแดดในคุณภาพสูง การวัดประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดจะอยู่ที่ความหนาแน่นของการทอผ้า ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายสีดำแบบแน่นๆจะป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านกันUVที่ทอแบบใช้เส้นด้ายสีดำน้อยๆ ความหนาแน่นของการทอผ้าทำให้ราคาผ้าม่านกันUVแตกต่างกันระหว่างแต่ละรุ่น ผ้าม่านกันUVที่มีการทอด้วยเส้นด้ายสีดำในจำนวนมาก จะทำให้ผ้าม่านมีเนื้อหนากว่าและหนักกว่าผ้าม่านกันUVแบบทอหลวมๆ และจึงสามารถป้องกันแสงแดดและความร้อนได้ดีกว่ามาก

ผ้าม่านกันแสง สีน้ำเงินเขียว

ผ้าม่านกันแสงUV เป็นผ้าม่านหลุยส์สีน้ำเงินเขียว มีเชิงลายปัก ภาพคอนเซ็ปต์จาก Pinterest

ผ้าม่านกันUV สามารถตัดผ้าม่านแบบไหนได้บ้าง? ผ้าม่านกันUV มีหลายสีหลายดีไซน์และสามารถใช้กับสไตล์ตกแต่งบ้านทุกรูปแบบ ผ้าม่านกันUV มีทั้งแบบลายพื้น ลายในตัว ลายโมเดิร์น ลายปัก ลายวินเทจ เป็นต้น ผ้าชนิดนี้สามารถนำไปตัดเย็บผ้าม่านได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า ฯลฯ

ผ้าม่านกันแสง สีแดงเข้ม

ผ้าม่านกันแสงUV เป็นผ้าม่านตาไก่ มีลายพื้นสีแดง ภาพคอนเซ็ปต์จาก Pinterest

ประสิทธิภาพของผ้าม่านกันUVในการป้องกันแสงอาทิตย์: "ผ้าม่านกันแสง" ไม่ได้แปลว่าเป็นชนิดผ้าม่านที่สามารถป้องกันแสงแดดได้ 100% แต่คือผ้าม่านที่มีเส้นด้ายสีดำสอดกลางระหว่างผ้าม่าน เส้นด้าย Black Yarn นี้มีไว้เพื่อป้องกันแสงแดดและรังสี Ultraviolet โดยเฉพาะ ผ้าม่านกันUVจะมีการทอผ้าแบบสามชั้น โดยที่เส้นด้ายสีดำจะถูกประกบอยู่ระหว่างกลางคล้ายๆกับขนมปังแซนวิช เราจะไม่สามารถเห็นเส้นด้ายสีดำหลังจากผ้าม่านได้เย็บสำเร็จ เพราะเวลาเย็บผ้าม่านต้องเย็บริมผ้าซึ่งจะซ่อนเส้นด้ายดำไว้ข้างในผืนผ้า เพราะเหตุผลนี้ ผ้าม่านกันUVที่ใช้ระบบเส้นด้ายสีดำจะดูสวยงามทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แตกต่างจากสมัยก่อนที่ใช้ในระบบโฟม ผ้าม่านกันUVแบบระบบเส้นด้ายสีดำมีข้อดีอย่างอย่างหนึ่ง นั่นก็คือมีรูปทรงที่พลิ้วไหว ไม่แข็งกระด้าง มีความสวยงามทั้ง 2 หน้า ทำให้ดูเหมาะใช้กับบ้านที่แต่งสไตล์หรูๆ มีผ้าม่านที่มองจากในบ้านนอกบ้านก็ดูสวย โดยปกติแล้ว ผ้าม่านกันUVจะมีน้ำหนักมากกว่าผ้าม่านรุ่นนทั่วไป ทำให้รักษารูปทรงสวยกว่า ดูดีมีระดับ

ผ้าม่านกันแดด รุ่นทูโทนสวยหรู

ผ้าม่านกันแสงUV เป็นผ้าม่านตาไก่มีสีทูโทน สีแดงและสีทอง ภาพคอนเซ็ปต์จาก Pinterest 

ผ้าม่านกันแดดจะมีดีไซน์หลากหลาย มีความสวยงามที่ลงตัว: สมัยก่อนผ้าม่านรุ่นกันUV จะเป็นแบบผ้าม่านที่มีแค่ลายในตัวเล็กๆน้อยๆหรือไม่ก็เป็นสีพื้น แต่ในปัจจุบัน ทางเลือกของสีและดีไซน์ผ้าม่านกันUV มีเท่ากันกับผ้าม่านรุ่นธรรมดา ซึ่งก็คือมีทุกสีทุกลาย หลากหลายชนิด มีแบบทั้งเนื้อมันเงา (Shiny Texture) ผิวด้าน (Rough Texture) ผิวลื่น (Smooth Texture) และยังมีแบบเนื้อผ้าสากหรือ ผิวกระซอบ ผ้าม่านกันUV จะมีแบบไร้รอยต่อและแบบมีรอยต่อ อยู่ที่หน้ากว้างของผ้าทำม่านที่เลือก หน้ากว้างของผ้าม่านกันUVที่เป็นยอดนิยมจะมีรุ่นหน้ากว้าง 2.80 เมตร หรือ 112 นิ้ว และหน้ากว้าง 1.50 เมตร หรือ 60 นิ้ว โดยที่ผ้าม่านกันUVที่มีหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะสามารถนำไปทำผ้าม่านได้แบบไร้รอยต่อ ผ้าม่านแบบไม่มีรอยต่อจะดูสวยงามยิ่งขึ้นเพราะการที่ไม่มีรอยเย็บต่อจะทำให้ลวดลายผ้าม่านต่อเนื่องกันและไม่มีการขาดช่วง และสามารถยกระดับหน้าตาบ้านได้อย่างดีเยี่ยม