3 Online Payment เทรนด์ น่าสนใจ - แตกต่างอย่างไรจาก E-wallet

3 Online Payment เทรนด์ น่าสนใจ - แตกต่างอย่างไรจาก E-wallet

Diary / 3 Online Payment เทรนด์ น่าสนใจ - แตกต่างอย่างไรจาก E-wallet

ทุกวันนี้ หลายคนคงปฎิเสธ ไม่ได้ หากจะบอกว่า ไม่รู้จัก E-wallet และการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ จะมีใครมั้ยที่บอกว่ายังไม่เคยใช้ การชำระเงินออนไลน์ หรือ ใช้ E-wallet เลย? คำตอบคือมี แต่ บางส่วนนั้นยังคงไม่เข้าใจถึงการใช้ Online Payment และ E-wallet ซักเท่าไหร่นัก และมีบางส่วนที่ใช้งานอยู่ แต่ไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้อยู่ก็มีเช่นเดียวกัน วันนี้ เราจะมา อธิบาย ความแตกต่างกัน ระหว่าง E-Wallet และ Online Payment ให้กระจ่างกัน


ความแตกต่างกันระหว่าง E-wallet และ Online Payment


หากพูดถึง Online Payment อธิบายง่ายๆก็คือ การเปลี่ยนจากการใช้เงินสด มาเป็นการใช้เงินโอน โดยการรวมถึง การสมัครบัตรเครดิต เพื่อใช้ ในการชำระเงินออนไลน์ (Online Payment via Credit Card) หรือ การใช้การโอนเงินผ่าน Application และโอนเงินผ่านเว็บไซด์ ด้วย ซึ่งคำว่า "online payment" นั้น เป็น อะไรที่กว้างขวาง โดยไม่ได้กล่าวถึงว่า ใช้ระบบไหนในการชำระเงิน ซึ่ง หาก จะพูดถึงออนไลน์เพย์เมนท์ ง่ายๆ สั้นๆ มันก็คือ Channel หรือ ช่องทางในการชำระเงินนั่นเอง


ในขณะเดียวกัน หากพูดถึง E-wallet มันก็คือ ระบบส่วนใดส่วนหนึ่ง ที่ใช้ในการเก็บเงินสกลุ Digital ต่างๆ เพื่อไว้ในกระเป๋าเงินนั้นๆ เพื่อรับเงิน หรือ จ่ายเงิน ซึ่งหากจะพูดถึง E-wallet ที่คนไทยคุ้นหู กันมากที่สุด ก็อาจจะเป็น Truemoney Wallet , Paypal หรือ Wallet ของ ธนาคารผ่าน Application อย่าง SCB, Kbank, BBL นั่นเอง

โดยสรุปให้เข้าใจง่ายๆ E-wallet คือสถานที่พักเงิน และ Online Payment คือ การใช้เงินจาก E-wallet นั่นเอง


สถิติการใช้ Online Payment ในโลก


ทุกวันนี้เราเห็น Online Payment Gateway กันเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ เราเคยคิดหรือไม่ว่า บริษัทอะไรที่เค้ามีการใช้งานสูงที่สุดในโลก? เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง?

ข้อมูลจาก https://www.digitaljournal.com/pr/3998558


ประเทศที่มีการใช้ Online Payment สูงที่สุดในโลก

  1. North America
  2. Europe
  3. China
  4. Japan
  5. Middle East & Africa
  6. India
  7. South America 

เค้าใช้อะไรในการจ่ายเงิน?

  1. ใช้ smartphone จ่าย
  2. ใช้ Tablet
  3. ใช้ คอมพิวเตอร์

ค่ายไหนที่ใช้ Online Payment กันเยอะที่สุด?

  1. American Express
  2. MasterCard
  3. Paypal
  4. UnionPay
  5. TenCent
  6. Alipay
  7. JCB
  8. Discover


จากข้อมูลด้านบน เราจะเห็นว่า หากไม่ได้พูดถึงยุโรปแล้ว ประเทศ จีน ญี่ปุ่น และ อินเดีย เป็นประเทศที่ใช้ ระบบ Online Payment จาก E-wallet เยอะที่สุด โดยจุดสังเกต อยู่ที่ จริงๆ แล้ว ของไทย เราก็มี ระบบ Online Payment ที่ใช้ เยอะที่สุดเช่นกัน และมี ประเทศจีนเข้ามาลงทุนร่วมด้วย อย่าง Alipay จาก Tencent ที่เป็นบริษัทลูกของ Alibaba ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินล้วนๆ ซึ่ง ในการจ่ายเงินในไทย เราจะรู้จักกันดี ในชื่อ Lazada Pay โดยการ เชื่อมกับ LAZADA Wallet ซึ่ง ทาง ลาซาด้า ใช้งบโฆษณาค่อนข้างเยอะ ในการ โปรโมท ไม่ว่าจะเป็นการ จ่ายเงินแล้วได้เงินคืน หรือ การแจก รหัสส่วนลด LAZADA และ การส่งฟรี

แม้ว่า หลายคนอาจมองว่า LAZADA อาจครองตลาด online payment และ E-wallet ในไทยไม่ช้านี้ แต่ เจ้าใหญ่ๆ อย่าง Shopee ก็มีระบบนี้เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ถือว่า เป็นระบบ online payment หรือ E-wallet อย่างเต็มรูปแบบ เพราะทาง Shopee มี ระบบที่เรียกว่า Shopee Coins ซึ่งถือว่าเป็นเงินตราสกุล Digital ที่มี มูลค่า และสามารถใช้เป็นส่วนลด Shopee ในการซื้อของได้ ซึ่งคาดว่า ทางบริษัทอาจสร้างมูลค่าได้ค่อนข้างสูง จากสกุลเงินของตัวเองนี้

บริษัท Online Payment ได้อะไรจากการทำ E-wallet?

คำถามนี้ ตอบได้ไม่ยากเลย หากเราได้เห็น Grabpay, Samsung Pay, และอีกหลากหลาย Payment Gateway ในไทย เราจะพบว่า เค้ามี Co-brand ค่อนข้างเยอะ ซึ่งหากใครได้เป็นเจ้าของ Online Payment Gateway หล่ะก็ สิ่งที่จะได้ ไม่ใช่แค่ค่าโฆษณา แต่จะมีเช่น

  • ค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายผ่าน Payment Gateway โดยจะต่ำกว่าการใช้บัตรเครดิต
  • ค่าโฆษณาจากการร่วมกับ Brand ต่างๆ
  • การกุมค่าเงิน Digital เสมือนเป็นการสร้างสกุลเงินของตัวเอง
  • จำนวนฐานผู้ใช้และข้อมูลผู้ใช้งาน

จะเห็นได้ว่า การชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์นั้น จริงๆแล้ว ผู้ใช้อาจมองว่าได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่จริงๆแล้ว ทางบริษัทผู้เป็นเจ้าของ Pipeline นั้น ได้ประโยชน์กว่ามากจริงๆ