ส่งพัสดุ ems ที่ดี ควรเริ่มต้นอย่างไร

ส่งพัสดุ ems ที่ดี ควรเริ่มต้นอย่างไร

Diary / ส่งพัสดุ ems ที่ดี ควรเริ่มต้นอย่างไร

การส่งพัสดุด้วยบริการส่งพิเศษ หรือ Express Mail Service(ems)

โดยปกติแล้วการส่งไปรษณีย์หรือพัสดุต่างๆแบบลงทะเบียนนั้นจะใช้ระยะเวลามากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับระทางของผู้ส่งและผู้รับปลายทางว่ามีระยะทางห่างไกลกันมากขนาดไหน ถ้าผู้ส่งและผู้รับปลายทางอยู่จังหวัดเดียวกันก็อาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3วัน แต่ถ้าผู้ส่งและผู้รับปลายทางมีระยะทางห่างไกลกันมากอาจะใช้เวลา 5-7 วันเป็นอย่างน้อย หรืออาจจะใช้เวลามากกว่านั้น ซึ่งยังถือว่าเป็นขนส่งที่ล่าช้าอยู่ จึงได้มีการบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า EMS ( Express Mail Service )  ซึ่งการส่งพัสดุ ems  สามารถช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งลงได้ ทำให้พัสดุของเราไปถึงปลายทางเร็วมากขึ้นกว่าปกติ  เช่น การส่งพัสดุจากผู้ส่งที่อยู่กรุงเทพมหานครไปยังผู้รับปลายทางจังหวัดนนทบุรี การส่งปกติอาจะใช้เวลา 2-3 วัน แต่ถ้าเป็นการส่งพัสดุแบบ ems จะใช้เวลาแค่ 1-2 วัน หรือ ถ้าเป็นการส่งพัสดุที่ผู้รับปลายทางอยู่ห่างไกลกันเป็นระยะทางไกลมาก  เช่น การส่งพัสดุจากผู้ส่งที่อยู่กรุงเทพมหานคร ไปยังผู้รับปลายทางจังหวัดเชียงใหม่ จากปกติจะใช้เวลาทำการในการขนส่ง 7 วัน ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งเหลือแค่ 3 - 4 วัน เป็นต้น

การส่งพัสดุ ems ที่ดีควรเริ่มต้นจาก

1.เริ่มจากการค้นหาข้อมูลว่าบริษัทขนส่งบริษัทไหน ที่ให้บริการตอบโจทย์ ตอบสนองความต้องการเรามากที่สุด

2.บริษัทไหนสามารถตรวจสอบสถานะของเลขพัสดุได้ บริษัทไหนสามารถตรวจสอบการเดินทางของพัสดุระหว่างการขนส่งได้มั้ย

3.บริษัทขนส่งที่ให้บริการส่งพัสดุ ems บริษัทนั้นมีการรับประกันสินค้ามั้ย ถ้ามีรับประกันเท่าไหร่

4.การเดินทางไปใช้บริการที่ศูนย์บริการสะดวกมั้ยหรือมีบริษัทไหนที่ศูนย์บริการใกล้บ้านเราหรือไม่ หรือมีบริษัทไหนที่มีบริการมารับพัสดุ ems  ถึงหน้าบ้านบ้างมั้ย

5.บริษัทไหนมีการบริการส่งพัสดุ ems ที่ให้ความคุ้มค่าทั้งค่าใช้จ่ายและความรวดเร็วในการจัดส่ง หรือบริษัทขนส่งบริษัทไหนใช้ระยะเวลาในการจัดส่งพัสดุน้อยที่สุด

6.ควรรู้น้ำหนักสิ่งของที่ต้องการจะส่งพัสดุ ems เพื่อที่จะได้คำนวณ เปรียบเทียบราคา ค่าใช้จ่ายในการส่งพัสดุ ems ของบริษัทขนส่งแต่ละบริษัทได้

7.นำข้อดีและข้อเสียของบริษัทขนส่งที่เราหาข้อมูลมาได้ทั้งหมด นำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบกันว่าบริษัทไหนจะตอบสนองความต้องการของเรามากที่สุด

8.สิ่งสำคัญที่สุดของการส่งพัสดุ ems คือการเขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับพัสดุปลายทางให้ชัดเจน   เพื่อให้พนักงานขนส่งได้ติดต่อกับผู้รับพัสดุปลายทางได้ เพราะว่าเราต้องการส่งพัสดุให้ถึงผู้รับปลายทางในระยะเวลาการส่งให้น้อยที่สุด เราจึงควรเขียนทุกอย่างให้ถูกต้องและชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนในการขนส่ง