5 อันดับเสื้อทีมชาติฟุตบอลโลก 2018 ที่เท่ทั้งในและนอกสนาม

5 อันดับเสื้อทีมชาติฟุตบอลโลก 2018 ที่เท่ทั้งในและนอกสนาม

Diary / 5 อันดับเสื้อทีมชาติฟุตบอลโลก 2018 ที่เท่ทั้งในและนอกสนาม

มหกรรมฟุตบอลโลก หรือ FIFA World Cup 2018 ที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอยมานานกว่า 4 ปี กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วัน ตอนนี้ทุกทีมต่างเผยโฉมชุดแข่งทั้งชุดเหย้าและชุดเยือนออกมาเรียกเงินจากแฟนบอลกันแล้ว โดยในปีนี้ชัดเจนว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Adidas, Nike และ Puma ที่เป็นสปอนเซอร์หลักให้กับทีมชาติต่าง ๆ มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ต่างพากันใส่ทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีผสมผสานกันออกมาเป็นเสื้อบอลเท่ ๆ ที่ใส่ได้ทั้งในและนอกสนาม และนี่คือ 5 อันดับเสื้อทีมชาติในฟุตบอลโลก 2018 ที่เราคัดมาแล้วว่าสวยเท่ จะใส่ไปเชียร์ทีมโปรดก็ดีหรือจะใส่ชิล ๆ วันหยุดก็ได้

อันดับ 5

ฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสเลือกใช้บริการ Nike เจ้าประจำ โดยปีนี้ยังคงใช้โทนสีน้ำเงิน Royal Blue เป็นสีของชุดทีมเหย้า ส่วนที่ดูแปลกตาไปก็คือลูกเล่นตรงช่วงไหล่และแขนเสื้อสีฟ้า มีลายขีดซิกแซกสีน้ำเงินช่วยเพิ่มความโดดเด่นเรียกสายตาได้เป็นอย่างดี รวมถึงกระดุมที่คอเสื้อที่ทำให้เสื้อบอลลุคแคชวลมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแถบธงชาติบริเวณคอเสื้อทั้งด้านนอกและด้านใน ส่วนคำขวัญประจำทีมที่ว่า Nos differences nous unissent (Our differences unite us) หรือความแตกต่างรวมกันเป็นเรา ก็ถูกพิมพ์ไว้ด้านในเสื้อเช่นกัน ชุดแข่งทีมเหย้ามาพร้อมกับกางเกงสีขาวและถุงเท้าสีแดงเข้าเซ็ต

อันดับ 4

เบลเยียม

Adidas รับหน้าที่ออกแบบให้กับทีมชาติเบลเยียยม ปีนี้คอนเซ็ปต์ของอาดิดาสคือเรโทรสไตล์ แรงบันดาลใจจากชุดแข่งในอดีต เสื้อทีมชาติเบลเยียมในฟุตบอลโลก 2018 จึงได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อบอลทีมชาติปี 1984 ที่ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในเสื้อบอลดีไซน์สวยตลอดกาล โดยเสื้อเหย้าใช้สีแดง Solid Red เป็นสีพื้น แถบคาดกลางหน้าอกเป็นลายกราฟิกรูปทรงเพชรสีแดง เหลือง ดำ ตามสีของธงขาติ และที่เท่สุด ๆ คือการเอาตราทีมชาติมาไว้ตรงกลางหน้าอก ต่างจากทีมอื่น ๆ ที่มักจะวางไว้ด้านซ้าย ข้างลำตัวมีแถบสีแดงเข้ม 3 แถบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อาดิดาสมาใส่ไว้ได้อย่างลงตัว สงสัยตอนออกแบบทีมงานน่าจะกำลังอินกับหนัง The Avengers เพราะชุดทีมชาติเบลเยียมดูคล้ายกับชุดไอรอนแมนไม่มีผิด !

อันดับ 3

สเปน

เสื้อทีมชาติสเปนชุดเหย้าโดดเด่นด้วยแถบลายกราฟิกรูปทรงเพชรสีแดง เหลือง น้ำเงิน วางซ้อนกันเป็นลวดลายที่แสดงถึงความว่องไวและปราดเปรียวเช่นเดียวกับสไตล์การเล่นของทีมชาติสเปนที่มีเกมรุกอันดุดันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนโลโก้ Adidas ถูกย้ายมาไว้ตรงกลางหน้าอกแทน เสื้อทีมชาตินี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อทีมชาติปี 1994 โดยนำมาปรับให้ดูทันสมัยมากขึ้น และใช้เทคโนโลยี climachill นวัตกรรมใหม่จากอาดิดาสเพื่อการเคลื่อนไหวอันทรงพลังในสนาม เหมาะกับผู้เล่นเกมรุกอย่างทีมสเปนที่สุด ชุดแข่งทีมเหย้ามาพร้อมกางเกงสีน้ำเงิน มีแถบ 3 แถบสีแดง-เหลืองที่ด้านข้าง เข้าคู่กับถุงเท้าสีดำที่มีแถบแดง-เหลืองเช่นกัน

อันดับ 2

เยอรมนี

แชมป์โลกเมื่อสี่ปีที่แล้วกลับมาทวงบัลลังก์คืนด้วยเสื้อทีมชาติโฉมใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อทีมชาติปี 1990 อันโด่งดังที่เยอรมนีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งที่สาม โดยเสื้อทีมชาติปีนี้เน้นดีไซน์คลาสสิกสีขาว-ดำ ตัวเสื้อสีขาวล้วน คาดกลางหน้าอกด้วยลายเส้นกราฟิกไล่โทนสีดำ-เทา กลางหน้าอกประทับตราสัญลักษณ์แชมป์โลกสีทอง ด้านซ้ายเป็นตราทีมชาติ มีดวงดาว 4 ดวงด้านบน ซึ่งหมายถึงการเป็นแชมป์โลก 4 สมัยนั่นเอง บริเวณไหล่ใช้แถบสีดำ 3 แถบ สัญลักษณ์ของอาดิดาสมาเพิ่มลูกเล่นให้กับเสื้อ ด้านหลังคอเสื้อพิมพ์คำว่า ‘Die Mannschaft’ หรือ The Team บ่งบอกสไตล์การเล่นของทีมชาติเยอรมันที่เน้นทีมเวิร์กเป็นหลัก เข้าคู่กับกางเกงสีดำประดับแถบสีขาว 3 แถบด้านข้าง และถุงเท้าสีขาว

อันดับ 1

ไนจีเรีย

แม้จะไม่ใช่ตัวเต็งแต่เสื้อทีมอินทรีมรกต ไนจีเรียนั้นโดดเด่นเกินหน้าเกินตาหลาย ๆ ทีม เพราะในขณะที่ทีมอื่น ๆ เลือกเพลย์เซฟด้วยสไตล์คลาสสิกและมินิมอลเรียบ ๆ ทีมชาติไนจีเรียกลับเลือกใช้สีเขียวสดใส ตัดกับดีไซน์กราฟิกรูปตัว V สีขาว แขนเสื้อสีขาว-ดำเป็นลายกราฟิกเช่นเดียวกับตัวเสื้อ ซึ่งถือว่าการดีไซน์ของ Nike นั้นครีเอทมาก ๆ สามารถมองได้ทั้งเป็นลวดลายแบบชนเผ่าหรือลายทุ่งหญ้าสะวันนาก็ได้เช่นกัน คอนเซ็ปต์ของชุดนี้คือ Naija สื่อถึงการมองอนาคตในแง่บวกและกระตุ้นให้คนไนจีเรียรุ่นใหม่รักในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติตนเอง และที่พิเศษกว่านั้นคือเสื้อทีมชาติปี 2018 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสื้อทีมในปี 1994 ซึ่งเป็นปีแรกที่ไนจีเรียได้ลงเล่นฟุตบอลโลกนั่นเอง

Credit by Nasry iPrice