just one bad day*

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558
อยู่ๆเราก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามีก้อนเนื้อที่ขากรรไกรล่าง
รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ทำใจยอมรับได้ยากเหลือเกิน สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ในตอนนั้น
แต่เรายังเหลือความโชคดีอยู่บ้าง ที่ก้อนเนื้อนั้นไม่ใช่เนื้อร้าย

 

แพทย์วางแผนทำการรักษาโดยการตัดกระดูกบริเวณนั้นออก เพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนเนื้อนั้นมันกลับมาทำร้ายเราได้อีก
ซึ่งแน่นอนว่าการรักษาต้องส่งผลต่อการเรียนของเราจนอาจถึงขั้นดรอปเรียน และทำให้หน้าผิดรูปอย่างชัดเจน
แม่เราจึงไปปรึกษาทันตแพทย์ที่รู้จัก ซึ่งคุณหมอได้แนะนำให้รักษาแบบอนุรักษ์โดยการเลาะออกแค่ก้อนเนื้อ
ซึ่งแน่นอนว่า "มันจะกลับมาหาเราอีกอย่างแน่นอน"
แต่เพืื่อไม่ให้กระทบการเรียน เราจึงเลือกวิธีนี้

 

ผ่านไป 2 ปีกว่า..
2 สองเดือนที่แล้ว เราตัดสินใจเข้ารับการรักษาอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่าก้อนเนื้อมันเริ่มโตขึ้นแล้ว
แล้วตอนนี้เราก็ทำงานแล้ว จึงคิดว่าพร้อมทั้งใจ ร่างกาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษา

 

22 กันยายน คือวัน D-Day
สิ่งที่แพทย์ต้องทำในวันนั้นคือ ตัดกระดูกขากรรไกรล่างออกบางส่วน แล้วนำกระดูกจากสะโพกมาปลูกให้เรา (ทำ bone graft)
เราคิดแค่ว่า แค่ดมยาแล้วหลับไป ตื่นมาทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย
เวรเปลมารับตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง พอเข้าไปในห้องผ่าตัด ทุกอย่างสว่างสไว ไม่เหมือนในละครที่มันดูสลัวและน่ากลัว
พยายามหายใจเข้าพุท-ออกโท ตามพระท่านว่า แล้วก็ดมยาหลับไป
รู้สึกตัวอีกทีคือทุกคนเริ่มเก็บของ พยายามฝืนลืมตาแต่ก็ไม่ไหว พอเวรเปลเข็นออกมาข้างนอกจึงรู้ว่า อ่อ ค่ำแล้ว



หลังออกจากห้องผ่าตัด เรามีอุปกรณ์ติดตัวออกมาหลายชิ้น
หนึ่งคือท่อช่วยหายใจทางจมูก ต้องใช้เพราะดมยานานเนื่องเป็นการผ่าตัดใหญ่ (เกือบ 10 ชั่วโมง)
สองคือสายเดรนเลือดที่ปาก สามสายเดรนเลือดที่สะโพก สี่คือสายสวนปัสสาวะ
และหลังจากหย่าเครื่องช่วยหายใจ ก็ต้องให้อาหารทางสายยาง
พักฟื้นหลังผ่าได้ 1 อาทิตย์ ให้ยาฆ่าเชื้อครบ หมอจึงให้กลับบ้านได้

 

ด้วยความที่เราทำงานทางสายสุขภาพ เคยเห็นแต่ผู้ป่วยก็ไม่คิดว่ามันจะทรมานขนาดนี้
ขนาดคิดว่าตัวเองเตรียมตัวเตรียมใจในการรักษามาดีมากๆ แต่ก็รู้สึกทรมานจนอยากจะร้องไห้
แต่มันเป็นโรคที่เราก็เลือกเองไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่ความเจ็บป่วยที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือความประมาท
เราจึงได้แต่ทำใจยอมรับมัน และอยู่กับมันให้มีความทุกข์น้อยที่สุด

มันก็เป็นแค่วันแย่ๆ วันนึงที่อยากทำให้เรากลับมาเขียนไดอารี่อีกครั้ง

:-)

 

เบื่อ subisusubibi 2017-10-08 20:05:03 70
COMMENT