Start relationship * จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์

....

จันทร์ ที่๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

หลังจากผ่านเรื่องเมื่อวานมา คนอย่างฉันก็กลับสู่โหมดสุขนิยมเช่นเดิม สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม โอ้ยประเทศไทย แม่ ง ร้อนเกินไปหรือเปล่า - -' เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ละะ

เข้าเรื่องที่จะบ่นวันนี้ มันก็จะออกแนวรักๆหน่อยๆ ใครที่อยู่ในช่วงกำลังแอนตี้ความรัก อย่าอ่านต่อเลยนะ ฉันไม่อยากโดนเบ๊ะปากใส่ (ถึงแม้จะมองไม่เห็นก็ตาม) และด้วยอรรถรสในการอ่าน อาจจะมีดัดแปลงคำพูดนิดหน่อยน้าาาา อิอิ จริงๆจำไม่ได้หมดหรอกว่าพูดกันยังไง แต่ก็พอมีเค้าโครงนิดๆ เริ่มละนะ...

สมัยฉันขึ้นม.4ใหม่ๆ ฉันรับรู้ถึงความใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ชุดนักเรียน ชุดพละสี เพื่อน หรือแฟนคนใหม่ ...

ฮีเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามา เดินต๋องต๋อยอยู่ในโรงเรียนด้วยท่าทีที่ โนสนโนแคร์ทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครู หรือเด็กๆม.ต้นที่เข้ามาวี้ดว้าย แว้บแรกที่เห็น ฉันรู้สึกได้ถึงพลังความวางมาดของฮีระดับ10 ฮีนั่งที่โต๊ะเรียนเหมือนกำลังนั่งถ่ายแบบอยู่อะไรประมาณนั้น โดยมีสาวคนสวยซึ่งเป็นแฟนเก่าของฮีนั่งอยู่ข้างๆ 

ฉันเห็นแบบนั้น จึงอดที่จะเบ๊ะปากใส่ไม่ได้

'เห้ยมึง ไอเด็กนี่แม่ ง ลูกครูปะวะ' เสียงเพื่อนของฉันในกลุ่มที่กำลังเม้าท์มอยส์คนหนึ่งดังขึ้น

'เหรอวะ มึงรู้ได้ไงอ่ะ' เสียงของเพื่อนอีกคนตอบโต้ ด้วยท่าทีที่สงสัย

'แหกตาดูนามสกุลด้วยค่ะ อีเหงือก' เสียงของเพื่อนคนแรกตอบกลับพร้อมกรีดกรายชี้ไปยังผู้ชายคนที่กำลังนั่งวางมาดอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่

'ว่าละทำไมถึงวางท่าทำไม่สนใจใคร คิดว่าหล่อแล้วทำงี้ได้ไง้ โถ อีมนุษย์หน้าผากสะท้อนแสง' ฉันพูดออกมาด้วยอารมณ์ที่รู้สึกหมั่นไส้

'เดี๋ยวๆ มึงเป็นไรเนี่ย กูเห็นมองแรงตั้งแต่แม่ ง เข้ามาละ' ใครซักคนในกลุ่มทักท้วงขึ้นมา พร้อมสะกิดฉันเบาๆ

'เชี่ย แค่หมั่นไส้ว่ะ มึงดูท่าทางดิ้ มันน่าป้ะ' ฉันรู้สึกกระอักกระอวนในขณะที่พูด

'ระวังนะเว้ย เกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้น' เพื่อนคนหนึ่งแซวขึ้นมา พร้อมเสียงโห่ร้องจากเพื่อนในวงเม้าท์มอยส์ดังขึ้น

ไอ แอม สตั้น ... จากวันนั้น ฉันก็ไม่เคยคิดจะเข้าไปทำความรู้จักหรือพูดคุยกับฮีอีกเลย

จนผ่านมาประมาณ1สัปดาห์ มีกิจกรรมปฐมนิเทศของนักเรียนม.4 ต้องนอนค้างคืนที่โรงเรียน2วัน1คืน

กิจกรรมช่วงเช้า จะเป็นรับเละ ซึ่งเละสมชื่อจริงๆ มันเป็นวันที่ฝนตก แล้วต้องไปรับเละที่สนามฟุตบอลที่มีหญ้าอันน้อยนิด

หลังจากจบกิจกรรมช่วงเช้า ก็จะเป็นกิจกรรมช่วงบ่ายและค่ำ (แต่ขอข้ามช่วงบ่ายแล้วกันนะ) มาถึงกิจกรรมช่วงค่ำ เป็นกิจกรรมธรรมมะและนันทนาการ ซึ่งกิจกรรมนี้ดำเนินโดยรุ่นพี่ และหนึ่งในรุ่นพี่ก็มีแฟนเก่าเราอยู่ด้วย ด้วยความที่เพิ่งเลิกกันไป เพราะนางกลับไปคบกับแฟนเก่า ฉันก็ยังรู้สึกนิดๆอยู่นะ  ทำให้ฉันเผลอสายตาไปสบตากับแฟนเก่าหลายครั้งมาก ฉันทำตัวไม่ถูกในจังหวะที่สบตากัน จึงพยายามเดินหนีไปที่อื่น แล้วยังไงล่ะ ? ....

รุ่นพี่เรียกน้องม.4มาเข้าแถวรวมกัน ห้องละ2แถว ผู้ชายหนึ่งแถว ผู้หญิงหนึ่งแถว ฉันก็รีบวิ่งมาเข้าแถวเพราะกลัวจะโดนลงโทษ ไม่รู้เพราะความบังเอิญหรือเวรกรรม ที่ฉันต้องได้ยืนข้างอีมนุษย์หน้าผากสะท้อนแสงคนนั้น ฉันสะกิดเพื่อนข้างหน้าแล้วขอสลับที่ ทันทีที่ตกลงกันเสร็จ รุ่นพี่ก็สั่งให้นั่งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉันไม่สามารถสลับที่กับเพื่อนได้ 

โอ้ยยยยยยยยยย นี่มันเป็นเวรกรรมไรของฉันนะเนี่ยวันนี้ แฟนเก่าก็เจอแถมยังต้องมานั่งข้างอีมนุษย์หน้าผากสะท้อนแสงนี่อีก

ฉันนั่งเงียบตลอด ไม่พูดกับฮีเลยแม้แต่คำเดียว ด้วยความที่บรรยากาศมันเริ่มอึดอัด ฮีเลยตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า 'ชื่อไรอ่ะ' ห้ะะะ พูดกับใครวะ ฉันหันไปและพบว่าฮีกำลังยิ้มอย่างกว้างมาให้ฉัน หือออออ มาไม้ไหนวะเนี่ย ทำไมอยู่ๆมาพูดแล้วยิ้มให้แบบเน้

'ถามเราเหรอ' ฉันตอบกลับไปด้วยประโยคคำถาม

'ถามหมามั้ง นั่งอยู่ด้วยกันเนี่ย' ฮีตอบกลับมาด้วยท่าทางกวนทีน

'อ่าว แน่ใจเหรอว่านั่นปาก' ฉันตอบด้วยท่าทางเอาเรื่องกลับไป

'อยากรู้ก็เข้ามาดูใกล้ๆดิ่ หรือสัมผัสก็ได้นะ จะได้แน่ใจว่านี่ใช่ปากหรือเปล่า' วี้ดดดดดดดดดดดดดดดด!! แกเป็นครายยยยยย ทำไมถึงพูดกับฉันอย่างเน้

ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไร อีกทั้งยังทำเมินใส่ฮีอี้กกก ฉันรู้สึกถึงความร้อนที่เข้ามาแทะใบหน้า เป็นอาร้ายยยย ฉันเป็นอาร้ายยยยย

ฮีเห็นดังนั้น เลยพูดแซวใส่พร้อมหันไปสะกิดเพื่อนข้างหลังให้หันมาดูฉัน ฉันรู้สึกอายและทำตัวไม่ถูกเลยเริ่มโจมตีด้วยกำลังของฉัน ทุบบ้าง ตีบ้าง ต่อยบ้าง ดึงผมฮีบ้าง แต่ฮีไม่โต้ตอบด้วยความรุนแรงนะ ฮีจะโต้ตอบด้วยการปล่อยหมาในปากออกมากัดแทะ 

ฉันรู้สึกว่า ฉันเริ่มโอเคกับนายคนนี้เยอะขึ้น เขาไม่ได้ขี้เก๊กอะไรมากขนาดนั้น ความรู้สึกดีปนผสมกับความเป็นเพื่อนแทรกสอดเข้ามาในระหว่าง1ชม.ที่นันทนาการนั้น จนฉันไม่ได้สังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องเรา2คนอยู่ 

หลังจากกิจกรรมเลิก รุ่นพี่ก็ปล่อยให้เดินกลับไปที่ห้อง เพื่ออาบน้ำ พักผ่อนและนอน ฉันเดินกลับด้วยความลำบาก เพราะกิจกรรมรับเละมันทำให้ฉันโดนหินบาดเท้าเป็นแผลประมาณหนึ่ง ระหว่างที่ฉันกำลังเดินกลับ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นคงถึงห้องไปแล้ว แต่ฉันยังไปได้ครึ่งทางอยู่เลย (อีเพื่อนเยวววว ทามมายม่ายมาช่วยกรูบ้างงง) จู่ๆ ก็มีคนมาช่วยพยุง ฉันหันไปมองด้วยความตกใจ และก็ต้องตกใจจริงๆ ที่เป็นแฟนเก่ามาช่วยพยุง 

'เท้าเป็นไรอ่ะ' เสียงเรียบๆแต่เย็นชาดังขึ้น

'โดนหินบาด แต่ไม่เป็นไรหรอกเดินเองได้' ฉันพูดพร้อมผลักแฟนเก่าออกเบาๆ

'แล้วไอหล่อโชว์หน้าผากนั่นไปไหนซะล่ะ ไม่มาช่วยพยุงวะ' เสียงเรียบๆที่แอบมีน้ำโหนิดๆตอกกลับมา

'แล้วพี่อ่ะ มาช่วยพยุงแบบนี้แฟนไม่ว่าไง' ฉันโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่แอบหึงเล็กๆ

'เป็นแฟนกับมันแล้วเหรอ ได้ข่าวว่ามันฮอตในรร.มากนี่ ลูกครูไงเหอะๆ' เขาเลี่ยงคำตอบแล้วโจมตีใส่ฉันด้วยคำถาม

'เอออ เป็นแล้ว ไม่ต้องตามมาแล้วนะ เดี๋ยวแฟนเห็น' ฉันพูดด้วยความประชดและรีบสาวเท้าด้วยความเจ็บปวดทั้งเท้าและใจของฉัน...

คืนนั้นฉันนอนร้องไห้  ฉันพยายามจะลืมเขาและคิดว่าคงลืมได้แล้ว ฉันพยายามทำใจมาตั้งหลายเดือนแต่ฉันมาเจอหน้าเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมง สิ่งที่ฉันทำ กำแพงที่ฉันก่อ มันทลายอยู่ตรงนั้น นั่นแสดงว่า ...ฉันต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง... 

เช้าอีกวัน...

ฉันมาเข้าแถวรวมกลุ่มเพื่อจะตักบาตรด้วยตาที่บวมเป่ง เพื่อนของฉันรู้ดีว่า นั่นมันเป็นเพราะอะไร และมีหลายคนที่ไม่รู้และเขาก็ไม่ได้อยากจะรู้ แต่มีเพียงแค่คนเดียวที่ไม่รู้แล้วอยากจะรู้ ง่ายๆก็คือ อยากเผือกนั่นเอง อีมนุษย์หน้าผากสะท้อนแสงคนเดิม นางเดินตามเซ้าซี้ ถามว่าตาเป็นอะไร เมื่อคืนโดนแมลงต่อยตาเหรอ หรือโดนชก นี่เป็นคำพูดเซ้าซี้ของฮีี - -' 

คือไม่ได้เป็นห่วง แล้วยังมากวนทีน น่ามคานจริงๆ จากนั้นก็ปิดกิจกรรมแล้วกลับบ้าน 

หลังจากนั้นมา ความสัมพันธ์ของเราทั้ง2ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ กวนกันบ้าง แต่ก็ดูแลและช่วยกันทำงาน สอนการบ้านตลอด มันทำให้เป็นการเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อน(ที่เริ่มไม่ธรรมดาซะแล้ว)

....

"To be continued"

....

... มารูโกะ ...

มีความสุข MarukoYayah 2017-05-15 16:22:49 115
COMMENT