iPrice เผยอีคอมเมิร์ซเงียบเหงาช่วงสงกรานต์ วิสาขบูชาไม่ส่งผลกระทบ

iPrice เผยอีคอมเมิร์ซเงียบเหงาช่วงสงกรานต์ วิสาขบูชาไม่ส่งผลกระทบ

คาดธันวาจะครึกครื้นอีกครั้ง

iPrice ซึ่งเป็นบริษัทรวบรวมร้านขายสินค้าออนไลน์ใน 7 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดจากวันสำคัญต่างๆในประเทศไทย จึงได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าออนไลน์ของคนไทยโดยมีเหตุการณ์และวันสำคัญต่าง ๆ เป็นตัวแปร ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559 ถึง 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 การศึกษานี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับนักการตลาดและผู้ประกอบการที่จะต้องเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเหตุการณ์สำคัญเพื่อพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ของธุรกิจในช่วงไตรมาสที่เหลือ

บริษัทพบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวันสำคัญในประเทศไทยส่วนมากเป็นไปด้านลบ วันวิสาขาบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญล่าสุด นักการตลาดคาดว่าพุทธศาสนิกชนจะเดินทางไปทำบุญตามวัดต่างๆเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดอีคอมเมิร์ซ แต่การศึกษาพบว่าวันวิสาขบูชาในปีนี้เป็นวันพุธกลางสัปดาห์จึงทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคไม่เปลี่ยนแปลงนัก หนึ่งเหตุผลมาจากไม่สามารถหยุดยาวติดต่อกันได้ ตลาดอีคอมเมิร์ซจึงไม่ได้รับผลกระทบตามที่คาดไว้

โดยการศึกษาวันสำคัญตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาพบข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

จากการศึกษาหนึ่งวันของผู้บริโภคในวันที่ 31 ธันวาคมซึ่งเป็นวันสิ้นปีและวันที่ 1 มกราคมพบว่าการเข้าถึงร้านค้าออนไลน์เป็นไปอย่างปกติในช่วงกลางวัน ซึ่งปริมาณการเข้าถึงในช่วงเช้า (7.00 )ถึงช่วงเย็น (19.00) ของวันที่ 31 ธันวาคมมีปริมาณมากกว่าวันที่ 1 มกราคม

ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไปยอดเข้าชมเมื่อเทียบกับวันที่ 1 มกราคมกลับลดลงมากกว่า 30% เนื่องจากคนส่วนใหญ่เตรียมตัวฉลองการเคานต์ดาวน์ที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

ในมุมมองของนักการตลาด การเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงสองวันนี้คงจะเป็นผลดีต่อการวางแผนกลยุทธ์และจัดสรรงบประมาณให้มีความเหมาะสม ดังนั้นการวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการไม่น้อย

เทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์

สำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่ชาวไทยจะได้มีวันหยุดยาวเล่นน้ำยาวนานถึง 5 วันทำให้จำนวนผู้เข้าชมสินค้าออนไลน์ลดลงมากกว่าวันหยุดเทศกาลอื่น ๆ อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของอีคอมเมิร์ซก็ยังอยู่ในระดับพอใช้ เพราะก่อนช่วงเทศกาลผู้ซื้อชาวไทยมียอดสั่งสินค้าออนไลน์มากกว่าวันปกติถึง 15% แต่จากการศึกษาพบว่า จำนวนผู้บริโภคในกลุ่มอายุ 18-24 ลดลงถึง 24% ตรงกันข้ามกับช่วงอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

ถึงแม้กลุ่มช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไปอาจจะเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดเล็กเมื่อเทียบกับกลุ่มวัยอื่นๆ แต่อย่าลืมว่าในอนาคตข้างหน้านี้ประเทศไทยย่อมมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการที่เล็งเห็นโอกาสในการจับกลุ่มนิชมาร์เก็ตซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงวัย อาจจะมีโอกาสได้จับเม็ดเงินมหาศาล

กลุ่มอายุ (ปี)

การเปลี่ยนแปลง (%)

18-24

-24

25-34

-21

35-44

-20

45-54

-22

55+

-1

 

วันสำคัญที่ชาวไทยปฏิญาณว่า ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป โดยพร้อมเพรียงกัน

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นวันที่ประชาชนชาวไทยเข้าถึงความเศร้าโศกอย่างแท้จริง เมื่อสำนักพระราชวังได้ประกาศว่าในหลวงของเราได้เสด็จสวรรคต ทำให้ชาวไทยพร้อมใจกันร่วมพิธีเคลื่อนพระบรมศพในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนต่างก็พร้อมใจกันประกาศหยุดเพื่อให้พนักงานได้เข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง จากความเศร้าโศกนี้ทำให้ยอดผู้ชมสินค้าออนไลน์หายไปกว่า 27% สำหรับในกรุงเทพมหานคร และกว่า 16% ในต่างจังหวัด แม้ชาวไทยหลายล้านคนที่อยู่ห่างไกลจะมาร่วมพิธีไม่ได้ แต่ก็พากันไปลงนามถวายความอาลัยตามสถานที่ต่าง ๆ ที่หน่วยงานราชการจัดไว้เช่นกัน หลังจากเหตุการณ์วันนั้นส่งผลให้ยอดสั่งซื้อเสื้อสีดำทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ร้านค้าออนไลน์ต้องแข่งกันจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดความสนใจกันอย่างล้นหลาม

12-12 Online Sale

ถึงแม้วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยเท่าใดนัก แต่วันนี้เป็นวันที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศในการฉลองเทศกาลคริสต์มาส เนื่องจากเป็นโค้งสุดท้ายสำหรับการเตรียมของขวัญสำหรับเพื่อนและครอบครัว ปีที่ผ่านมาร้านค้าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยพร้อมใจกันลดราคาสินค้าในสต็อก รวมไปถึงอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง Lazada ก็ยังจัดกิจกรรมชื่อว่า Online Revolution ขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปี นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบว่า มีผู้ค้นหาคูปองของ Lazada เพิ่มขึ้นถึง 70% ยังไม่รวมยอดสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นแบบเกินคาด

จากการศึกษาข้อมูลพบว่าผู้ค้นหาสินค้าออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 19% เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นไอเท็มที่สะดวกในการใช้งานมากที่สุด โดยร้านค้าอีคอมเมิร์ซได้ยอดผู้เข้าชมจากคอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นอย่างละ 35% เลยทีเดียว จากการสอบถามผู้บริโภคพบว่า สาเหตุที่พวกเขาพากันเข้าชมและสั่งซื้อสินค้าจากอุปกรณ์อื่นมากกว่าสมาร์ทโฟน เพราะง่ายต่อการดูรายละเอียดสินค้ามากกว่า รวมไปถึงการเพิ่มข้อมูลบัตรเครดิตในสมาร์ทโฟนยังไม่เสถียรเท่ากับแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์อีกด้วย จุดนี้เป็นอีกหนึ่งข้อคิดให้ผู้ประกอบการนำไปปรับปรุงการเข้าถึงระบบในสมาร์ทโฟนต่อไป

อุปกรณ์

การเปลี่ยนแปลง (%)

โทรศัพท์

+19

คอมพิวเตอร์

+35

แทบเล็ต

+35

 

 

เฉยๆ Kunpot 2017-05-12 15:04:23 66
COMMENT