Smokey Eyes and Sweet Blouse

Here is the place where I have chosen to write my OLD story ... the story regarding my bitter-sweet past ... the school days, or more precisely, GIRLS school days.

โลก Social ทำให้ดิฉันหาที่เขียนไดอารี่ออนไลน์ยากมากเลยค่ะ โชคดีที่มาเจอที่นี่ อยากจะหาที่เขียนเป็นหลักเป็นแหล่งเสียที ขอบคุณมากที่ยังเหลือสังคมออนไลน์แบบ "สมัยนั้น" ให้ฉันได้เขียนเรื่องราวเก่าๆ ของฉันอยู่นะคะ :)

1.

....

พ.ศ. 2549

"ยังไงซะแม่ก็ไม่ให้หนูอยู่ที่โรงเรียนนี้ต่อ แม่อยากให้เราไปโรงเรียนอื่นอยู่แล้ว ที่นี่เขาไม่ให้ลูกอยู่ต่อเพราะเรื่องแค่นี้ แม่ก็ไม่ง้อ"

แม่บอกกับฉันที่เพิ่งหยุดร้องไห้ ตาบวมแดง ผมที่เคยยาวถึงหลังเหลือแค่ติ่งหู เรากำลังขับรถกลับบ้าน เพราะฉันไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนต่อแล้ว จึงขอลากลับก่อน

"มันไม่ยุติธรรม พวกสูบบุหรี่ในห้องน้ำ เขียนผนังโรงเรียน ทำเรื่องอื่นๆ แย่ๆ พวกเขาไม่เคยถูกทำทัณฑ์บน ไม่เคยถูกเรียกผู้ปกครอง"

ฉันตัดพ้ออย่างหงุดหงิด ก็มันน่าหงุดหงิดไม่เบา สิ่งที่ฉันทำผิด จนเขาต้องเรียกผู้ปกครอง คือฉัน "ยืดผม และซอยผม" โรงเรียนนี้ ที่ฉันอยู่ตั้งแต่ประถม 3 ไม่ให้ฉันเรียนต่อระดับชั้นมัธยมปลาย เนื่องจากฉันโดนทัณฑ์บน ไม่มีสิทธิ์เรียนต่อ 

ก่อนหน้านี้ ฉันเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน ทำชื่อเสียงให้ มีกระทั่งถ้วยรางวัลทั้งแบบทีมและเดี่ยว เหรียญรางวัลจำนวนหนึ่งยังคงอยู่ที่กลุ่มสาระฯ พลศึกษา รูปถ่ายของฉันได้ลงเว็บไซต์โรงเรียนและวารสารโรงเรียนหลายครั้ง การแข่งขันตอบปัญหาวิชาการ คะแนนสอบ NT ฉันสูง ฉันเป็นล่ามระหว่างครูภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆ ในห้อง แต่นั่นก็ไม่ทำให้ฉันได้รับการยกเว้น งั้นเหรอคะ เพียงแค่ฉันซอยผม ยืดผม ฉันรู้ดีว่าผิดกฎโรงเรียนค่ะ แต่มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายขนาดที่จะต้องทำทัณฑ์บน ไม่ใช่หรือคะ ก็แหม วัยที่กำลังรักสวยรักงามหรือเปล่าคะ แต่กระโปรงฉันก็ไม่สั้น แต่งหน้าทาปากก็ไม่

ถ้าคุณอาจจะคิดว่าดิฉันเข้าข้างตัวเองสักหน่อย ครูปกครอง ซึ่งเป็นครูประจำชั้น ไม่ชอบหน้าฉันค่ะ ฮ่าๆ 

ตัดภาพมาที่คุณแม่ 

"แม่ไม่ได้บอกหนู แม่ว่าจะให้หนูย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพ"

"หนูก็ไม่ได้อยู่กับแม่น่ะสิ แล้วหนูต้องไปอยู่ไหนเหรอคะ บ้านยายเหรอ ให้ไปอยู่โรงเรียนไหนคะ สตรีฯเหรอคะ"

บ้านยายอยู่ที่สมุทรปราการ แถวๆ ซอยสุขุมวิท 107 มันก็แถวๆ บางนานั่นแหละ เพียงแต่ว่ามันถูกแบ่งเป็นจังหวัดสมุทรปราการซะอย่างนั้น 

"อืม...ไม่ใช่สตรีหรอกจ้ะ ก็ อยู่แถวๆ วัดธรรมมงคล  ลูกจะรู้จักหรือเปล่า"

ฉันทำหน้างง

"โรงเรียนแบบไหนเหรอแม่"

"ก็กึ่งๆ นานาชาติ หนูจะต้องพูดภาษาอังกฤษตลอด แม่ว่ามาทางนี้น่ะดีแล้ว ลูกดูถนัดด้านนี้ที่สุด เห็นที่คุยกับ teacher สอน science หนูพูดได้แล้วนี่ เดี๋ยวไปอยู่ที่โน่นจะยิ่งคล่อง"

"นานาชาติ? หนูไม่ได้เรียนเป็น bilingual มานะแม่ จะไปสู้เขาได้เหรอ"

"มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นลูก ส่วนใหญ่ก็เด็ก รร คาทอลิค เครือเดียวกับลูกเนี่ยแหละ ที่จะไปเรียนต่อที่นั่น รร เก่าลูกก็ด้วย ที่ย้ายมาตอนป.1 ไง แล้วก็ รร ที่ท้ายซอยบ้านเราที่กรุงเทพ"

"แสดงว่า.."

"หญิงล้วนจ้ะ"

"หา..หญิงล้วน"

ฉันเริ่มห่อเหี่ยว ถึงฉันจะไม่ใช่พวก crazy เพศตรงข้าม ฉันไม่กรี๊ดรุ่นพี่ โดยเฉพาะพวกปากสุนัขโรงเรียนเดียวกัน ฉันไม่เป็นที่พิสมัยต่อเพื่อนชายในโรงเรียนเดียวกันเท่าไรนัก เพราะฉันไม่ใช่พวกพิมพ์นิยม ฉันในตอนนั้นก็... พวกนักกีฬา ทีเพิ่งเลิกเล่นกีฬาได้ปีสองปีนั่นแหละ พอจะนึกภาพออกไหมคะ ที่ฉันห่อเหี่ยวก็คือว่า ฉันเข้ากับเพื่อนนักกีฬาได้ดีนะ เพื่อนผู้ชายเสีย 60% ถ้าเป็นเพื่อนใหม่ข้างนอกฉันคงผูกมิตรได้ แต่ไม่ใช่พวกที่โรงเรียนแน่นอน

 

ความคิดนั้นหยุดลงเมื่อฉันถึงบ้านพร้อมกับคุณแม่แล้ว

 

COMMENT