[ตอนที่ 1] First time... เมื่อหัวใจกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง <3

เกริ่นนำ...

สวัสดีไบโอ (นามสมมติ ชื่อเราเอง) กลับมาเขียนไดอารี่อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานตั้งแต่สมัย ม.ปลาย จนขึ้นปี1 ปี2 ก็เลิกเขียน (สมัยนั้นเขียนตอนที่เป็นเว็ป Yenta4 อิอิ) ด้วยความขี้เกียจรวมถึงการมีอะไรทำเยอะแยะไปหมดก็เลยลืมเขียนต่อ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็มีเรื่องราวต่างๆในชีวิตเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่จำได้แล้วก็จำไม่ได้ มีทั้งสุข ทุกข์ หัวเราะ ร้องไห้ ร้อยยิ้ม และน้ำตา สิ่งที่ผ่านไปก็ถือเป็นบทเรียนและประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตต่อไป...

มาถึงตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองโตขึ้นมาก แหงสิ ก็อายุจะ 27 แล้วนี่นา แต่ยังนะ แค่ 26 อยู่จ้า ที่ตัดสินใจกลับมาเขียนครั้งเพราะมันมีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่ากลับไปอยู่ม.ปลายอีกครั้ง 555" ออกแนวใสๆ แอบรักรุ่นพี่งี้ (รู้สึกตัวเองกลับมา ปัญญาอ่อนอีกครั้ง) ทั้งๆที่บอกไปเมื่อกี้ว่าโตขึ้นมาก แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจละว่าโตขึ้นจริงรึป่าววว ;p แล้วด้วยความที่เราแอบชอบพี่เค้าจึงไม่สามารถทำให้เราแสดงความรู้สึกออกไปทั้งหมดได้ ไม่สามารถเล่าให้เพื่อนฟังทั้งหมดได้(คือเขิน >///<) เก็บไว้ก็อึดอัดอ่ะ ในเฟซก็ระบายไรได้ไม่เยอะ เดี๋ยวพี่เค้ารู้ตัว เดี๋ยวเพื่อนแซว คิดไรไม่ออก อกจะแตกตาย ก็เลยตัดสินใจกลับมาเขียนไดเพื่อระบายความรู้สึกต่างๆที่มี ให้ตัวเองได้เขียน ให้ตัวเองได้อ่าน เก็บไว้ในอนาคตว่าเราก็เคยรู้สึกอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ

การเขียนไดครั้งนี้จะขอแทนตัวเองว่า "ไบโอ" และขอแทนพี่เค้าว่า "นีโอ" ส่วนคนอื่นๆก็จะดัดแปลงชื่อเล็กน้อย :)

 

เข้าเรื่อง(ในอดีต)...

จากแฟนคนล่าสุด ไม่ดิ เอาเป็นคนรองล่าสุดดีกว่า คนนี้เป็นคนที่เรารักมากคนนึง นิสัยอย่างอื่นคือดีนะ ติดอยู่อย่างเดียวคือความเจ้าชู้และใช้เงินเก่ง ซึ่งเงินที่มันใช้คือเงินเรา! จริงๆก็ไม่เชิงว่าใช้เงินเราหรอก คือเราคบกับเค้าช่วงที่เราเริ่มทำงานแล้วและเค้าก็อยู่ปีสุดท้ายพอดีซึ่งเป็นการฝึกสอน(เค้าเรียนครูน่ะ) จึงไม่มีเงินเดือน แล้วด้วยความอยู่ไกลกัน เค้าอยู่เหนือ เราอยู่ กทม. จึงเป็นเราที่ขึ้นไปหา และนานๆทีที่เค้าจะลงมา ซึ่งมาหาก็จะเป็นการไปเที่ยวกัน โดยส่วนใหญ่เราก็จะออกให้เพราะเราไม่อยากรบกวนพ่อแม่เค้า เราไม่อยากให้การคบกับเรา ไปเที่ยวกับเราเป็นภาระของเค้า อะไรที่เราพอให้ได้เราก็ให้ (นี่ไม่ได้เปย์นะ แค่อยากเที่ยวเจ๋ยๆ) แต่ส่วนเรืองการยืมก็คือยืม ให้ก็คือให้ ไม่เกี่ยกันนะจ๊ะ ข้อเสียของเค้าคือการติดพนันบอล เค้าเสียไปกับเรื่องพวกนี้เยอะมากและก็ระรานมาถึงเรา ด้วยความเป็นห่วงจึงช่วยเสมอ (ไม่ดีเลย) แล้วก็เป็นคนที่ติดการซื้อของแพงอยากได้อะไรก็จะขอให้เรารูดให้ก่อน แล้วบอกว่าจะทยอยให้ ซึ่งเราก็รักไง ตอนนั้นเออๆออๆไปหมด กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เค้านอกใจเรา จริงๆระยะมันก็สำคัญนะ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายนึงไม่เข้มแข็งพอ ซึ่งรักของเราครั้งนั้น คนที่ไม่เข้มแข็งคือเค้า เค้านอกใจเราหลายครั้งมากเราก็จับได้เกือบทุกครั้ง ถึงแม้สุดท้ายจะเลือกเรา แต่มันก็ทำให้เราเสียใจและบั่นทอนความรู้สึกลงเรื่อยๆ จนครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกกันเค้าก็นอกใจเราอีก เราจับได้อีก และครั้งนี้คือครั้งที่เราเสียใจที่สุด เค้าบอกกับเราว่า "นี่ถ้าเทอไม่พยายามอยากรู้ หรือไม่พยายามสืบอะไร เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก สุดท้ายชั้นก็อยู่กับเทออยู่ดี" เอ้า!! แบบนี้ก็ได้หรอ คือตลอดเวลาที่เราคบกับเค้า เราเก่งเทียบเท่า sherlock homes เลยแหละ 5555 รู้สึกภูมิใจ เอาเป็นว่าจนแล้วจนรอด สุดท้ายเรากับเค้าก็จบกัน ด้วยการคบกันรวม 2 ปีนิดๆ เลิกกันไป 2 ครั้ง และครั้งที่ 3 เป็นครั้งสุดท้ายที่จบกันจริงๆ ... จากการคบผู้ชายคนนี้ทำให้เรารักตัวเองมากขึ้นเลย เพราะตอนเราคบเค้า เรารับเค้ามากกว่าตัวเองเกินไป ยอมอด เพื่อให้เค้า ยอมทะเลาะกับเพื่อน เพื่อคืนดีกับเค้า ยอมเสียตังอย่างไร้สาระเพื่อช่วยเหลือเค้า (นี่ถ้าไม่ได้คบกะเค้าเราไปเที่ยวได้หลายประเทศละ 555)

หลังจากคนนั้นเราก็เสียใจอยู่เป็นเดือน หลายเดือนเหมือนกันและระหว่างที่เรายังเสียใจอยู่ก็มีน้องที่ออฟฟิศเข้ามาจีบ น้องเค้าก็เป็นคนดีนะ แต่โลกส่วนตัวสูงมาก คือเค้าก็เทคแคร์เรานะ เข้าหาเรา พยายามปรับตัว ก็จีบเราไม่นาน(ประมาณ 2-3เดือนได้)ด้วยความที่คนในออฟฟิศก็แซว ทั้งแซวทั้งยุทุกอย่าง เราก็เลยตกลงคบกับน้องเค้า(เอาจริงๆเราไม่ค่อยชอบคนที่เด็กกว่าหรอกนะ แต่นี่เราคิดว่าเค้าอาจจะมีวุฒิภาวะที่ดีหน่อย เรียนเก่ง สายไอที) ตอนนั้นที่คบเราถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเรารักน้องเค้าจริงๆหรือว่าแค่หวั่นไหว ใจอ่อน หรือว่าอะไร แต่ไหนๆก็คบไปแล้วเราก็เลยบอกตัวเองว่าเราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แรกๆก็เหมือนจะดี แต่พอคบๆไป เราเริ่มรู้สึกถึงความไม่ใช่ ด้วยไลฟ์สไตล์ต่างๆ เวลาอยู่ด้วยกัน หรือไม่อยู่ด้วยกัน มันเหมือนไปกันไม่ได้ จากที่เราพยายามจะปรับตัวให้มันดีขึ้น เพื่อให้มีความสุขทั้งคู่ มันกลายเป็นความอึดอัด อะไรนิดๆหน่อยๆก็ทะเลาะ เราไม่รู้เลยว่าเราเลิกรักน้องเค้าไปตอนไหน หรือว่าเรายังไม่เคยรักน้องเค้าตั้งแต่ต้นก็ไม่รู้ พอมันสุด เราก็ได้แต่บอกตัวเองว่า ยื้อไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร คบต่อไปก็มีแต่เสียเวลาด้วยกันทั้งคู่ เราควรปล่อยน้องเค้าไปเจอคนที่ตรงกับเค้าดีกว่า คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขดีกว่า เราจึงตัดสินใจบอกเลิกน้องเค้าไป น้องเค้าก็เฮิทไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็กลับมาคุยกันแบบพี่น้องได้ ... ซึ่งเอาจริงๆจากการคบน้องคนนี้เราไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ว่าเรารัก หรือไม่รัก หรือว่าเรารู้สึกอะไรกันแน่ อาจจะเป็นเพราะความหวั่นไหว ความใกล้ชิดมากกว่า ^^' และทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะคบใครซักคน เราต้องรู้สึกกับเค้ามากพอจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ความเกรงใจ หรือความใกล้ชิด เพราะสุดท้ายมันก็ต้องจบอยู่ดี.

 

เข้าเรื่องปัจจุบันจริงๆและ 555....

หลังจากที่เราบอกเลิกน้องเค้าไปเราก็ใช้ชีวิตเรื่อยๆ เปื่อยๆ อย่างคนโสดสนิทศิษฐ์ส่ายหน้า ตื่นเช้า ไปทำงาน กินข้าวกลางวัน เลิกงาน กลับบ้าน (ถ้าไม่ขี้เกียจก็เดินเล่นตลาดนัด) ดูซีรี่ย์ มีไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ้าง ตามประสา คุยไลน์กะเพื่อน โทรศัพท์นี่เงียบสนิท 555 ก็เป็นแบบนี้วนไปซักพักนึง ชีวิตเริ่มเข้าลูป เราเป็นคนขี้เบื่อ ชอบหาอะไรทำ ชอบเดินทาง ชอบถ่ายรูป(แม้จะถ่ายไม่สวยก็เหอะ) ก็เริ่มว่าง วันลายังไม่มี ไม่ได้ไปเดินทางไปไหน ทีนี้เพื่อนเราแนะนำแอพพลิเคชั่นให้แอพนึง ชื่อว่า "Tinder" หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก...ม่ะ พี่จะอธิบายให้ฟัง 555

[[ Tinder เป็นแอพโซเซียลเน็ตเวิร์ค ใช้สำหรับหาเพื่อนคุย ซึ่งแอพนี้โดยส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างปลอดภัยกว่าแอพอื่นๆ(เล็กน้อย) เพราะว่าจะสมัครได้มันต้องใช้เฟซบุคเท่านั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้เป็นมิจฉาชีพหรือว่าทำอะไรแปลกๆ ก็น่าจะมีเฟซบุคอันเดียว(มั้ง) คงไม่มีใครลงทุนสร้างเฟซอีกอันเพื่อมาหลอกใครหรอกมั้ง หรือถ้ามีก็เอาที่เค้าสบายใจเลยดูพยายามเกิ๊นนนน 555 ซึ่งหลังจากสมัครเรียบร้อยแล้ว แอพมันจะลิ้งรูปโปรไฟล์ของเราในเฟซมาใส่ให้เลย ไม่ต้องตกใจ อันนี้สามารถเปลี่ยนได้ แก้ไขได้จ้า วิธีการเล่นของแอพนี้คือ แอพมันจะสุ่มคนขึ้นมาให้เราที่จอ เราสามารถกดเข้าไปดูรูปอื่นๆเค้าได้ มากสุดรู้สึกจะ 6 รูป มีอธิบายแนะนำตัวเองสั้นๆ เพื่อความน่าสนใจ และถ้าเรารู้สึกโอเคชอบคนนี้ อยากจะคุยด้วยก็ให้สไลด์ไปทางขวา มันจะเท่ากับ Like ถ้าไม่ชอบไม่อยากคุยด้วยก็ให้สไลด์ไปทางซ้าย มันจะเท่ากับ Nope คือเราไม่เอาคนๆนั้นนั่นเอง แล้วก็จะมี Super like คือการสไลด์ขึ้นตรงๆ แต่เหมือนจะมีจำกัดคนนึงใช้ super like ได้กี่ครั้งจำไม่ได้อ่ะ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ว่าาาา.. คนที่คุณ like ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้คุยกับเค้าทุกครั้งไปนะคะ เค้าต้อง like คุณด้วยเหมือนกัน มันถึงจะเรียกว่า Match และเมื่อ Match แล้วเราถึงจะคุยกับคนที่เรา like ได้นั่นเองงง สรุปโดยย่อคือ ถ้าเรา like เค้า แล้วเค้าไม่ like เราก็อดคุย ถ้าเค้า like เราแต่เราไม่ like เค้าก็อดคุย ดังนั้นเราต้อง like เค้าและเค้าต้อง like เรา ปิ๊งป่องงง! ถึงจะแมชและคุยกันได้จ้า ถ้าไม่แมชก็หายสาบสูญด้วย เราจะไม่สามารถกลับไปดูอีกได้ว่าคนนั้นคือใครอะไรยังไง ถ้าแมชก็ค่อยสานสัมพันธ์ต่อ ]]

มาต่อที่เรื่องของเรา เมื่อเรารู้จักแอพนี้ก็เลยลองโหลดมาเล่นดู ตอนแรกตื่นเต้นนะ แต่ละคน >< งานดีๆก็เยอะ โปรไฟล์ดีก็เพียบ เด็กเกษตรงี้ เด็กจุฬางี้ การงานก็ดี มีรูปไปเที่ยว ตปท. งี้ แต่ก็ปัดทิ้งไปหลายคนอยู่ เอาง่ายๆ ประมาณ 5% อ่ะที่เราปัดไลค์ ก็มีแมชมาบ้าง พอเจอคนที่แมชแรกๆก็จะตื่นเต้นนะ มีคนทักมาบ้าง เราทักไปบ้าง แต่สุดท้ายการคุยก็จะจบลงที่ ชื่อไร ทำไร อยู่ไหน ทำงานอะไร เหมือนเป็นการแนะนำตัวเบื้องต้นเลย 5555 แล้วก็จบบทสนา พอเป็นแบบนี้เล่นแค่วันเดียวเราก็เบื่อแล้วอ่ะ บางคนมีคุยถูกคอหน่อยก็จะขอไลน์เรา ก็ให้นะ โสดไง คิดว่าทำไรไม่ผิด ลองๆคุยเล่นๆดู โดยทำใจล่วงหน้าว่าคนที่เล่นแอพแบบนี้เค้าก็คงไม่คุยคนเดียวหรอก น่าจะลองๆคุยจนกว่าจะเตอคนที่ถูกใจจริงๆแหละมั้ง ส่วนเราก็ให้ไลน์ไป 2-3 คน นอกนั้นก็มีคุยๆบ้างในแอพนั้นแหละ แต่คือวันสองวันเราก็เลิกเล่นแอพนั้นไปละ แต่ยังไม่ได้ลบนะ ก็คุยแค่คนในไลน์อ่ะ แต่ไม่ได้คุยเยอะอะไร เหมือนเค้าจะเข้ามาจีบ แต่ก็เหมือนไม่ได้จริงจังอะไร เราก็เลยตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง

จนกระทั่ง ... วันที่ 7/01/2017

เราเกิดอาการเบื่อๆพอดี ก็เลยเข้าแอพนั้นไปปัดเล่นๆอีกครั้ง ก็ปัดไปปัดมา จนเจอคนๆนึงแบบน่ารักดี(สำหรับเรานะ) เป็นรุ่นพี่ด้วย(อายุ 29) ก็เลยปัด like แล้วก็ปรากฎว่าเค้า like เราเหมือนกัน แมชทันทีจ้าาา ตอนนั้นตื่นเต้นมาก คือก่อนหน้านี้เล่นแอพนี้ไม่เคยตื่นเต้นเลย ทีนี้ก็เห็นในโปรไฟล์ย่อๆว่าพี่เค้าเรียนอยู่สองที่ เลยคิดว่าพี่เค้าน่าจะจบโท หรือไม่ก็กำลังเรียนโทอยู่นี่แหละ และที่สำคัญเคยเรียนป.ตรีที่เดียวกับเราด้วย แต่คนละคณะ ด้วยความที่ชอบตั้งแต่แรกเห็นก็เลยไม่อยากปล่อยผ่านไป คือกลัวเค้าไม่ทักเรา 555 ก็เลยเลือกที่จะทักพี่เค้าไปก่อน ด้วยถ้อยคำกวนๆนิดๆ เพื่อเป็นการจูงใจให้เค้าคุยกะเราต่อ (เกี่ยวมั้ย ไม่รู้ แต่ได้ผล) พี่เค้าก็รับมุกซะด้วย >< น่ารักอ่ะ เอ่าเพ้อๆ กลับมาก่อนๆ เล่าต่อออ... พี่เค้าชื่อ "นีโอ" (นามสมมติ) แล้วก็เลยได้คุย แล้วก็คุยถูกคออ่ะ พี่เค้าไม่ได้ดูนิ่งเกินไป และที่สำคัญ ไม่ได้รุกเข้าหาเราอ่ะ ไม่ม่อ ไม่จีบ ไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่เราเคยคุยจากแอพนี้ ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่เบย คุยไปคุยมารู้ว่าพี่เค้าทำงานที่ระยอง แต่เข้า กทม. เกือบทุกเสาร์อาทิตย์ เพราะตอนนี้พี่เค้าเรียนโทอยู่ เข้ามาทำธีสีทบ้าง หาไรทำบ้าง เค้าบอกอยู่ระยองไม่มีไรทำ 555 (ดีค่ะ เข้ามากทม.เผื่อเราจะได้มีโอกาสเจอกัน กี๊ดดด ในใจ นี่เพิ่งคุยครั้งแรกไม่ใช่หรอ ทำไมบ้าขนาดนี้ 555) แล้วคุยๆไปก็แซวพี่เค้าว่าเรียนโทอยู่มีเวลาเล่นทินเดอร์ด้วยหรอ พี่เค้าก็บอกว่าโหลดมาไว้นานละ แต่ไม่ค่อยได้เข้า เพื่อนบอกให้โหลด (เราเชื่อค่ะ เราเชื่อคนง่าย อิอิ) คือโชคดีมากที่วันนี้เป็นวันเสาร์ พี่เค้าเข้ามา กทม. แล้วกดเล่นพอดี เราก็ไม่ได้เข้ามาตั้งนานแล้วก็มากดเล่นพอดี อะไรจะโป๊ะเช๊ะแบบนี้,,, เลยใช้มารยาหญิงเล็กน้อยในการขอไลน์ 555 คือกะจะขอแล้วแอดไปเอง หลังจากคุยไปซักพัก

ไบโอ: 'คุยในไลน์มะ ไม่ค่อยอยากเล่นในนี้อ่ะ'
พี่นีโอ: 'โอเช ขอไลน์ไอดี'

เฮ้ยยยย กรี๊ดดดค่ะ คือเหนือกว่าที่คิดไว้ เพราะคิดไว้ว่าจะขอไอดีพี่เค้า แต่พี่เค้ากลับเป็นคนขอเราเอง ก็ให้ไปคร่าาา ใจนึงก็คิดว่าเค้าจะขอเฉยๆแล้วเนียนไม่แอดเราป่าววะ ใจนึงก็ดีใจว่าพี่เค้าขอด้วยยย เท่านั้น ไม่ถึง 2 นาที พี่เค้าก็ทักเรามาในไลน์ว่า 'โหลลลลล' >////< แค่นั้นค่าาา ลบแอพทินเดอร์ทิ้งเลยทีเดียว พอแล้วค่ะ กะว่าคุยกะพี่เค้าคนเดียวพอค่ะ ส่วนอิคนอื่นในไลน์ที่แอดมาแล้วก็มีตอบบ้างนะ แต่แบบถามคำตอบคำ คิดว่าพวกนางคงรู้แล้วก็เลยเลิกทักมาละ 5555

แล้วพอได้คุยไลน์กะพี่เค้าต่อ ได้รู้มาว่าห้องเพื่อนที่พี่เค้ามาอยู่ด้วยทุกเสาอาทิตย์นั้น ไม่ไกลจากบ้านเราเลย อิอิ ก็คุยมาคุยไป พี่เค้าถามบ้าง เราถามบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนชวนคุยนะ คือถ้าเราชอบใครอ่ะ เราจะเป็นคนที่เข้าหาได้ ชวนคุยได้ (แต่ถ้าเราไม่ชอบเราก็จะนิ่งไปเลย อย่างกะคนละคน 555) จนบางครั้งก็ต้องคอยห้ามตัวเองไม่ให้เยอะไป แล้วก็คุยกันอีกนิดๆหน่อยๆก็แยกย้าย พี่เค้าเขียนธีสีทต่อ ไอ่เราก็ได้เวลาเข้านอนนนน zZ

หลังจากนั้น... 08/01/2017

ตื่นมาก็ทักทายกันตามปกติ ทีนี้เราตัดสินใจมาแล้วววว ไหนๆเราก็โสด คนที่เข้ามาจีบเราแต่ละคน เราก็ดันไม่ชอบซักคน มัวแต่อยู่เฉยๆเป็นกุลสตรีไทยให้เค้ามาคอยเลือกเข้ามาจีบ ก็เจอแต่คนที่เข้ามาหา จะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ไม่รู้ คิดได้เช่นนั้นนนน เมื่อเราเจอคนที่ถูกใจ เจอคนที่เรารู้สึกชอบขึ้นมาแล้วจริงๆ เราก็ลองจีบเค้าดูมั่งละกันเนาะ ลองดูซักตั้ง เป็นไงเป็นกัน ผู้หญิงยุคใหม่ ด้านได้(มั้ง) อายอดค่าาาา เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เริ่มปฏิบัติการ

ไบโอ: 'พี่นีโอโสดอยู่ป่ะ'
พี่นีโอ: 'โสด' (กรี๊ดดดดดดดด โสดค่าาา ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าโสดแหละ ได้อ่านจากข้อความอีกครั้ง ดีใจค่ะ)
ไบโอ: 'แล้วชอบใครอยู่มะ'
พี่นีโอ: 'ชอบแป้งโกะ 555' (เอิ่มจ่ะ มุกมาเลยนะ ทำเนียนๆ ขอให้ไม่มีคนที่ชอบอยู่จริงๆเห๊ออออ)
ไบโอ: '55 ไม่เกี่ยวดิ' (คือไม่เกี่ยวก็จริง แต่ถ้าชอบแป้งโกะ! เรานี่แป้งโกกิเลย TT ไม่ขาว ไม่สวย ไม่ใสแบบนั้น เค้าจะชอบช้านม้ายยยย)

สุดท้ายก็กลายเป็นเปลี่ยนเรื่องไปเลย กลายเป็นเราไปถามส่วนสูงพี่เค้า (ส่วนตัวชอบคนสูงอ่ะ) พี่เค้าสูง 175 จร้าาา ถือว่าโอเคแหละ เรา 168 ไง อิอิ ได้อยู่เนาะ เบาๆ คิคุ น่ารักๆ พี่เค้าก็ถามว่าถามทำไม เราก็เลยบอกว่าชอบคนสูงค่ะ (อิอิ โดนไป1ดอก) ก็แล้วก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดทั้งมวลที่มีมา

ไบโอ: 'พี่สูงเท่าไหร่ :)'
พี่นีโอ: '175 มั้งนะ ไม่ได้วัดนานแล้ว ทำไมหรอ'
ไบโอ: 'ป่าววว 555 ชอบคนสูงอ่ะ จีบนะ 555555555' (หัวเราะกลบเกลื่อนเข้าไปค่ะ แก้เขินไปค่ะ)
พี่นีโอ: 'จิงอ่ออ 555'
ไบโอ: '^^ ถึงได้ถามไงว่ามีคนชอบอยู่ป่าว ถ้ามีก็ไม่จีบ 555'
พี่นีโอ: 'จีบได้คับบบ' (เห้ยยยย เปิดโอกาสหราาาา เราคว้านะโอกาสนี้ อิอิ)

แล้วหลังจากนั้นพี่เค้าก็ขอตัวไปหาไรกิน แล้วเราก็พร้ำเพ้อไปเรื่อยคนเดียว จนพิมอะไรไม่รู้ออกมายืดยาว ได้ใจความสั้นๆว่าทำไมเราถึงอยากจีบพี่เค้า แล้วก็ถ้าพี่เค้าไม่โอเคก็สามารถบอกเรามาตรงๆได้ เราโอเค เรารับได้ เพราะเค้าคิดว่าพี่เค้าต้องป๊อปแน่ๆ ถ้าจะไม่โอเคที่จะคุยเราก็ไม่เป็นไรจริงๆ กดส่งไปให้พี่เค้า แล้วก็บอกฝันดีไป เพื่อที่จะได้รีบนอน ไม่กล้าอ่านคำตอบ 555 แล้วพอตื่นเช้ามาเจอคำตอบก็ทำเอายิ้มไม่หุบทั้งวันเลยทีเดียว ><

พี่นีโอ: 'ลองคุยกันดูได้คับ พี่ก็ไม่รู้จะบอกว่าตัวเองเป็นคนยังไง ลองดูกันไปแล้วจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน พี่ก็ธรรมดาๆมากกกกก ไม่ได้ป๊อปอะไรเลยคับ :)) ฝันดีๆ เด่วอาบน้ำนอนและ พนตื่นตีสี่ 555'

โอ๊ยยยยย อกอิแป้นจะระเบิดดดดดดด ใจดีค่ะ บอกเลย ได้อ่านแล้วเป็นใครก็ต้องดีใจป่ะ คนที่เราชอบตอบกลับมาแบบนี้ แสดงว่าเค้าก็น่าจะลองคุยกับเราเหมือนกันใช่ป่ะ นี่ไม่ได้ฝันหรือเพ้อไปเองใช่มั้ย พี่เค้าตอบมาแบบนี้จริงๆใช่มั้ย โคตรดีใจอ่ะบอกเลย >< แล้วหลังจากนั้นก็คุยกะพี่เค้าเรื่อยๆ ตามปกติ ยังไม่เคยเจอกันนะ ตอนกลางวันพี่เค้าจะค่อนข้างตอบช้า พี่เค้าเป็นวิศวกรอยู่บริษัทแห่งนึงที่ระยอง คาดว่างานน่าจะเยอะอ่ะ เค้าก็พิมๆไปแต่ไม่เยอะมาก ไม่อยากรบกวนพี่เค้าเหมือนกัน เราทำงานเกี่ยวกับวิจัยการตลาดอยู่ กทม.น่ะ แต่จะมีคุยกันเยอะหน่อยคือตอนเย็น ค่ำๆ หลังเลิกงาน ถ้าพี่เค้าว่างเค้าก็แบบคุยกะเราเลยอ่ะ ถึงแม้จะเป็นการคุยไลน์ แต่เรารับรู้ได้ว่าเค้าน่าจะคุยกับเราคนเดียวนะ เพราะพิมไปปั๊ป อ่านปุ๊ป ตอบทันทีอ่ะ (กรณีที่พี่เค้าว่างนะ) เหมือนเราที่เปิดหน้าพี่เค้าหน้าเดียว คุยคนเดียว แล้วเราพิมไปมันก็ขึ้นว่า read ทันดีเลยอ่ะ ช่วงเวลาแบบนี้จะเป็นวันละครั้งประมาณ 2หรือ3 ทุ่มเป็นต้นไป แล้วแต่วัน แต่ก็จะมีช่วงเวลาดีๆแบบนี้วันละครั้ง (แค่นั้นเราก็ดีใจมากกกแล้วอ่ะ)

จากนั้นก็คุยกับพี่เค้าเรื่อยมาโดยเฉพาะเรื่องเดินทางท่องเที่ยวนะ ถูกคอมากกกกก พี่เค้าชอบเดินทางเหมือนกัน มีไปญี่ปุ่นคนเดียวมาด้วย ส่วนตัวเราก็เคยไปสิงคโปร์คนเดียวมาเหมือนกัน เที่ยวคนเดียวสนุกดีนะ ทำไรก็ได้ ไม่มีใครรู้จัก ทำให้เราเป็นตัวของตัวเองมากทีสุด นอนโฮสเทล ได้เพื่อนใหม่อีก แนะนำๆ

แล้วด้วยความที่เราอยากรู้จักพี่เค้ามากขึ้น เราก็เลยเอาชื่อพี่เค้าไป search ในเฟซบุค ฮ่าๆๆ จำได้มั้ยว่าทินเดอร์มันลิ้งชื่อกับเฟซ เราก็เลยเอาชื่อพี่เค้าไปหาๆดู เจอมั้ยจ๊ะ อ๊ะ เจอเส่ะจ๊ะ แล้วที่สำคัญมีเพื่อนเหมือนกันตั้ง 2 คน ซึ่งสองคนนั้นก็ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกันด้วยนะ เราก็งงๆ คนนึงเป็นเพื่อนห้องเดียวกับเราตอนม.ปลายชื่อว่า โอฟี่(นามสมมติ) แล้วอีกคนเป็นเพื่อนของเพื่อนเราที่มหาลัยชื่อว่า พะแพง(นามสมมติ) คือเอาเป็นว่าเรามีเพื่อนม.ปลายคนนึงชื่อตาตั้น(นามสมมติ) ซึ่งตาตั้นเนี่ยดันได้เรียนมหาลัยเดียวกะเราแต่อยู่คนละคณะ มันอยู่วิศวะ เราอยู่วิทยา แล้วพะแพงก็เป็นเพื่อนที่คณะของตาตั้น (แบบบนี้คงไม่งงแล้วเนาะ) ซึ่งเราก็เลยรู้จักกับพะแพงไปด้วย เหมือนเคยแลกเฟซกันไว้ รู้จักกันแบบเห็นหน้าก็ยิ้มให้กัน ทักทายกันบ้างประมาณนั้น พอเราเห็นว่าพี่เค้าเป็นเพื่อนกับ 2 คนนี้ด้วยเราก็ยังไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าบางคนในเฟซที่เราเป็นเพื่อนเรายังไม่ค่อยรู้จักเลย พี่เค้าก็อาจจะไม่ค่อยรู้จักหรอกมั้งงง

และด้วยความที่เฟซพี่เค้ามีพอจะมีอะไรให้เราส่องอยู่บ้าง พี่เค้าเปิด Public บางอัน โหยยยยยแกเอ้ย >< ยิ่งดูยิ่งชอบ ยิ่งมองยิ่งหลง คนอารั๊ยยยยย น่ารักจุง มีรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นมาจริงๆด้วย หิมะกระจาย โอยยย น่ารักจัง ก็เลื่อนๆลงไปๆเรื่อยๆ ส่งไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งหลงรัก 555 แล้วก็มีช่วงที่พี่เค้าคง Hurt มีเพื่อนมีให้กำลังเต็มเลย ดูเป็นคนที่เพื่อนๆรักอ่ะ เราก็เลื่อนๆลงไปเรื่อยๆๆๆๆ จนถึงปี 2010 (นานไปมะ) ปรากฏสิ่งที่เราเห็นคือพะแพงมาโพสที่หน้าเฟซพี่เค้า และแน่นอนไม่ใช่เพื่อนธรรมดา เค้าเคยเป็นแฟนกันค่ะคุณผู้โชมมมมมม ช็อคไป 3 วิ ตั้งสติได้และส่องดีๆ ส่องไปส่องมา ปะติดปะต่อเรื่องราว พร้อมทั้งที่หลอกถามพี่เค้าด้วยบางอย่าง สรุปว่า พี่เค้าเคยเป็นแฟนกับพะแพงจริงเมื่อนานมาแล้ว แล้วก็เลิกไปนานมากแล้ว ส่วนแฟนคนล่าสุดที่เค้าเพิ่งเลิกกันไปเนี่ย หน้าคุ้นมากกกก ลองเข้าไปดูก็ไม่มีเพื่อนที่เหมือนกันในเฟซนะ แต่เราแปลกใช่ที่เราคุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้นมากๆเลย จากการหลอกถามพบว่าพี่เค้าคบกับคนล่าสุดมา 4 ปีและเลิกมาได้ปีกว่าแล้วจนถึงปัจจุบันนี้ ตอนแรกเราก็กลัวนะว่าถ้าพี่เค้ารู้ว่าเรารู้จักกับพะแพง พี่เค้าจะคุยกับเราต่อรึป่าว เราก็เลยเลือกที่จะยังไม่บอกแล้วกัน...

 

...เดี๋ยวมาต่อ เหตุการณ์ที่คิดว่าจะโดนเท เซไป2วันเลย...
ใกล้เลิกงานแล้ว ทำท่าขยันนิสนึงงง นี่เขียนอันนี้มาทั้งวันละ 555

 

 

 

 

 

COMMENT