5 กลยุทธ์เด็ดสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ ‘ชาตรามือ’

5 กลยุทธ์เด็ดสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ ‘ชาตรามือ’

By สุรภา เดชนราพันธุ์

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับชื่อแบรนด์ ‘ชาตรามือ’ (ซึ่งจะเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวต่างชาติในชื่อ ‘Number One Brand’ หรือ ‘Cha Tra Mue’ ในปัจจุบัน) ไม่ว่าเด็กรุ่นใหม่หรือผู้ใหญ่รุ่นเก๋าต่างก็ยอมรับว่าใบของชาแบรนด์นี้แหละคือตัวแทนของส่วนผสมสำคัญของเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตสุดคลาสสิกของประเทศไทยอย่าง ‘ชาเย็น’ ด้วยกลิ่นและสีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาแดงแบรนด์ ‘ชาตรามือ’ ซึ่งลอกเลียนแบบไม่ได้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของประเทศไทยได้เลยทีเดียว

‘ชาตรามือ’ นั้นเป็นแบรนด์เก่าแก่ดั้งเดิมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2488 (ค.ศ.1945) เลยทีเดียว ซึ่งแต่เดิมตั้งอยู่ที่ย่านเยาวราชภายใต้ชื่อร้าน ‘ลิ้ม เม่ง กี่’ โดยธุรกิจหลักก็คือการนำเข้าใบชาจากประเทศจีนมาจำหน่ายในประเทศไทยนั่นเอง แต่เป็นเพราะชาจีนนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทยมากนัก จึงทำให้ ‘ชาตรามือ’ เริ่มหันมานำเข้าชาแดงสำหรับทำชานมเย็นแบบไทย และชาดำเย็นแทน และนี่แหละคือต้นกำเนิดของ ‘ชาเย็น’ เครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยเราในปัจจุบันที่ iPrice หันมาทำการศึกษา

‘ชาตรามือ’ อาจจะห่างหายไปจากวงการตลาดชาบ้านเราไปสักพักใหญ่ ๆ หลายคนอาจรู้สึกว่าชาของ ‘ชาตรามือ’ นั้นหาซื้อยากมาก ถ้าอยากได้ก็ต้องไปควานหาเอาตามร้านค้าเฉพาะย่านเยาวราชถึงจะมี ทำให้แบรนด์ ‘ชาตรามือ’ ลดความนิยมลงไปมากเลยทีเดียวหลังจากเปิดตัวครั้งแรก ซึ่งอาจจะเป็นความไม่ชำนาญในด้านการตลาดของแบรนด์หรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ดีในปัจจุบัน ‘ชาตรามือ’ เริ่มกลับคืนสู่ตลาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้กลับมาแบบไม่ธรรมดา เพราะสามารถดึงเอาความสนใจทั้งของเด็กรุ่นใหม่ และผู้ใหญ่รุ่นเดอะได้แบบไม่น่าเชื่อ ถึงขนาดที่ว่าต้องไปต่อแถวซื้อสินค้าของ ‘ชาตรามือ’ กันเลยทีเดียว

ในส่วนนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับทีมการตลาดรุ่นใหม่ที่เข้ามาพัฒนาธุรกิจของ ‘ชาตรามือ’ ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และในการกลับมาครั้งนี้ ‘ชาตรามือ’ ไม่ได้แค่มาทวงบัลลังก์เจ้าแห่งชาไทยคืนเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งกลยุทธ์ในการทวงคืนบัลลังก์ตลาดชาของ ‘ชาตรามือ’ นั้นคืออะไรบ้าง เรามาดูกัน

  1. การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

เพราะการยึดติดอยู่กับผลิตภัณฑ์เดิม ๆ นั้นไม่ด้วยช่วยอัพยอดขายให้มากขึ้น แม้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะติดตลาดอยู่แล้วก็ตาม และ ‘ชาตรามือ’ ก็คำนึงถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้มีการคิดค้นสูตรชาใหม่ ๆ ให้ตามทันเทรนด์เครื่องดื่มในปัจจุบันออกวางจำหน่าย นอกเหนือจากชาแดงสุดคลาสสิก ในปัจจุบัน ‘ชาตรามือ’ มีชาหลากสูตรพร้อมชงดื่ม ทั้งชาเขียวนม กาแฟเย็น ชาเขียวมัจฉะ เป็นต้น

  1. การเพิ่มกิมมิคให้กับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

จุดขายสำคัญที่ทำให้ ‘ชาตรามือ’ กลับมาฮอตฮิตติดตลาดกันอีกครั้งก็คือการเพิ่มกิมมิคให้กับสินค้าของแบรนด์นั่นเอง โดยในตอนนี้ได้มีการวางจำหน่าย Thai Tea Soft Serve หรือก็คือไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟรสชาไทยสูตรดั้งเดิม เป็นการจับเอาผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของ ‘ชาตรามือ’ อย่างชาไทยเย็นมาผสมผสานเข้ากับเทรนด์ใหม่อย่างไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟ จึงสามารถจับความสนใจของผู้คนได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังมีการออกคอลเล็กชั่นเครื่องดื่มพิเศษอย่างชากุหลาบ ซึ่งไม่ได้มีจำหน่ายตลอด แต่มีเฉพาะช่วงเวลาเท่านั้น เพิ่มความ ‘เอ็กซ์คลูซีฟ’ ให้กับผลิตภัณฑ์ยิ่งขึ้นไปอีก โดยคอลเล็กชั่นชากุหลาบนั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่สาว ๆ วัยรุ่นชาวไทย เพราะว่ากันว่าหอม อร่อย และยังช่วยดีท็อกซ์ได้เป็นอย่างดี

3. พลังโซเชียลมีเดียบุกตลาด

‘ชาตรามือ’ เลือกเอาวิธีบุกตลาดผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นสำคัญ และถือเป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะในปัจจุบันเทรนด์ต่าง ๆ ล้วนแต่ต้องอาศัยการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น การที่จะให้ผู้บริโภคได้สังเกตเห็นแบรนด์ของตนนั้นก็ต้องใช้วิธีการเข้าถึงผ่านทั้งทาง Facebook, Instagram, Twitter, Blogger เป็นต้น และที่ ‘ชาตรามือ’ และผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นไอเท็มฮอตในตลาดอยู่ในปัจจุบันต้องบอกเลยว่าเป็นเพราะการใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านโซเชียลมีเดียล้วน ๆ

  1. ความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า

เมื่อเป็นที่รู้จัก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในตลาดแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือการเข้าถึงแบรนด์และสินค้าของแบรนด์ และ ‘ชาตรามือ’ ก็เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดการตั้งร้านขายเครื่องดื่ม ‘ชาตรามือ’ ขึ้น ทั้งในรูปแบบร้านน้ำชาสามารถนั่งดื่มเครื่องดื่มได้ และในรูปแบบ Kiosk ที่ให้ซื้อเครื่องดื่มแบบเดินไปดูดไปได้แบบชิล ๆ และ ‘ชาตรามือ’ ก็เริ่มขยายสาขาร้านและ Kiosk มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ ‘ชาตรามือ’ ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ได้เน้นเปิดแต่เพียงในกรุงเทพฯ เท่านั้น ยังขยายสาขาไปเปิดยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย รวมไปถึงเปิดสาขาในสนามบินหลัก ๆ ของประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ‘ชาตรามือ’ ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ซื้อ ‘ชาตรามือ’ ไปชงดื่มเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ด้วยการวางจำหน่ายใบชาและชาพร้อมชงในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไปอีกด้วย

5. ไม่หยุดอยู่แค่การตลาดในประเทศเท่านั้น

การทำธุรกิจแล้วย่ำอยู่ที่เดิมไม่ได้ทำให้ธุรกิจขยายตัวขึ้นได้ ดังนั้น ‘ชาตรามือ’ จึงเริ่มขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศด้วยเช่นกัน โดยเริ่มเปิดสาขาร้านขายเครื่องดื่ม ‘ชาตรามือ’ ขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟรสชาไทยของ ‘ชาตรามือ’ ยังเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากในหมู่บล็อกเกอร์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเกอร์จากมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือญี่ปุ่นด้วย

ด้วยความเก๋าระดับพระกาฬของแบรนด์ ‘ชาตรามือ’ ที่มีอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว ผนวกเข้ากับการบุกตลาดด้วยกลยุทธ์แบบใหม่ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ‘ชาตรามือ’ ถึงได้กลับมาทวงบัลลังก์เจ้าแห่งชาไทยได้สำเร็จในเวลาเพียงไม่นาน และกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ชาไทยที่ประสบความสำเร็จที่สุดในปัจจุบันเลยทีเดียว

 

มีความสุข Kunpot 2017-06-13 10:07:08 144
COMMENT