มันจะเศร้าหน่อยๆ

จริงๆแล้วชีวิตมัธยมมันเยอะนะ มิตรภาพ ความรัก ชีวิตม.ปลายของหนูก็เหมือนเด็กทั่วไป ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ เรียนพิเศษอย่างหนักทุกวัน ตอนนี้จะดราม่าหน่อยๆ อย่างที่เคยเล่ามาแล้วว่าพ่อแม่หนูมีกิจการที่ต่างจังหวัด ทำให้หนูต้องอยู่เรียนหนังสือกับน้องชายอีก1คน ซึ่งก็มีบ้านป้าอยู่ใกล้ๆกัน ลูกพี่ลูกน้องกกับยายก็อยู่กับป้าด้วย ตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้วจำได้ว่ายายเป็นคนแก่ที่ใจดีมาก นางเป็นต้อที่ตา เคยลอกต้อมาแล้วครั้งนึง แต่ก็ไม่หายสนิท ยายสามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติแค่มองไม่ชัดเหมือนภาพลางๆ จำได้ว่ายายชอบฟังละครจากทีวีเพราะนางมองไม่เห็น แล้วชอบใช้ให้หนูนวด ทำให้ได้วิชานวดมาจากยายเลยล่ะ ห้องนอนยายจะมีหนังสือเก่าๆเต็มไปหมดเพราะลุงเป็นครูเลยมีหนังสือเยอะ หนูที่ชอบอ่านหนังสือก็จะถือวิสาสะแอบอ่านอยู่บ่อยๆ ยายเองก็ชอบใช้ให้หนูอ่านให้ฟัง เช่น รามเกียรติ์ ที่เป็นร้อยกรอง แต่พอแม่และพ่อไม่อยู่หนูก็เรียนพิเศษหนักขึ้นเลยไม่ค่อยได้อยู่กับยายซึ่งตอนนั้นกำลังป่วยเป็นวัณโรคอาการทรุดหนักมาก หนูโฟกัสไปที่เรื่องเรียนและเรื่องเพื่อนจนไม่ได้สนใจเลยว่ายายต้องเข้าโรงพยาบาล ทั้งๆทีบ้านอยู่ใกล้กันแต่ไม่เคยรู้เลย เช้าวันนึงหนูตื่นนอนและกำลังจะอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนตามปกติ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง)ยืนตรงนั้นสีหน้าเหมือนคนไม่ได้นอน ดวงตาช้ำแดงกล่ำ หนูยังไม่ทันได้ถามว่ามีอะไร พี่ชายก็พูดประโยคสั้นๆออกมาว่า ยายเสียแล้ว ไม่มีเสียงอะไรต่อ ไม่มีคำถาม ไม่มีคำตอบ ไม่มีใครบอกว่าต้องทำอะไรต่อ แล้วพี่ชายก็ไป เค้าคงเหนื่อยมากและมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกหลายอย่าง หนูบอกน้องชายเรื่องยายตอนนั้น ภาพที่เห็นคือน้ำตาที่ร่วงลงเป็นเม็ดๆ หนูรีบโทรศัพท์บอกแม่เพราะกว่าแม่จะเดินทางมาถึงต้องนั่งรถใช้เวลาถึง2วัน แต่ปลายสายเป็นพ่อรับโทรศัพท์ และบอกว่า ตั้งแต่ญาติโทรฯมาบอกว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจของยาย แม่ก็ปิดประตูห้องนอนและร้องไห้มาหลายชัวโมงแล้วยังไม่ออกมาเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไปอยู่โลกไหนมาถึงไม่รู้ว่ายายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจที่เหล่าลูกๆของยายพร้อมใจกันยื้อชีวิตของยายไว้เพื่อรอป้าอีกคนที่กำลังบินกลับมาจากออสเตรีย แต่ก็ทนสงสารเห็นยายทรมานไม่ไหวเลยต้องถอดออกก่อนป้าจะกลับมาถึงเพียง2วัน เช้านั้นหนูไปโรงเรียนตามปกติพร้อมกับความรูสึกผิดที่ว่าทำไมถึงไม่รู้อะไรเลย ทำไมถึงไม่ได้ช่วบดูแลยายในช่วงสุดท้ายของชีวิต อาจารย์ประจำชั้นทั้ง2คนจับความรู้สึกและรับรู้ถึงความผิดปกติของหนู เลยถามว่าหนูมีปัญหาอะไรรึเปล่า หนูเลยเล่าเรื่องยายและบอกว่าอาจจะต้องลาหลายวัน งานศพยายเหมือนงานรวมญาติ ยายมีลูก12คนแต่ที่โตและมีชีวิตเหลือแค่7คน ในงานหรือที่บ้านหนูไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นเพราะรู้ว่าทุกคนก็เศร้าและเหนื่อยมาก หนูเลือกที่จะโทรฯไปร้องไห้กับคนอื่นเป็นชั่วโมงที่เค้าต้องฟังแค่เสียงร้องไห้ วันที่เผาศพยาย ลูกๆหลานๆของยายร้องไห้ ป้าที่บินกลับมาไม่ทันดูใจยายน่าสงสารสุดนางร้องไห้ปานจะขาดใจจะเป็นลมไปต่อหน้า หนูที่เป็นเด็กก็ได้แต่กอดน้องๆ(ลูกพี่ลูกน้อง)ที่กำลังร้องไห้ หนูกลั้นน้ำตาสุดฤทธิ์ อยากจะจำภาพสุดท้ายว่าทุกคนเสียใจกับการจากไปของยายมากแค่ไหน หนูจะไม่ยอมให้น้ำตามาบดบังความรักที่พวกเขามีให้ยาย ในงานศพไม่เสียใจเท่าวันเผาเพราะมันหมายถึงเราไม่เหลืออะไรแล้วยายได้จากไปอย่างสมบูรณ์แบบ ยายเลี้ยงลูกทุกคนมาด้วบความลำบากยายเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงแล้วยิ่งตาตายไปทุกอย่างก็ดูหนักขึ้นสำหรับผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังถึง7คน ยายไม่เคยสบาย ลุงที่เป็นลูกชายคนโตเลยต้องรับบทหนักทั้งเรียนและช่วยดูแลแม่ดูแลน้อง ลูกๆทุกคนจึงรักและหวังจะให้ยายสบาย การที่หนูโตมาเป็นคนดี มีความสามารถ ถ้าทุกคนที่รู้จักจะยกความดีความชอบให้แม่ที่เลี้ยงหนูมาดี ก็คงต้องยกความดีความชอบให้ยายอีกต่อนึง เพราะสังคมที่ดีไม่เท่ากับการเลี้ยงดูที่ดี และนับตั้งแต่นั้นมันทำให้หนูเอาใจใส่กับทุกเรื่องแม้มันจะเล็กน้อยมากก็ตาม เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าจะต้องมาเสียใจภายหลังหรือไม่ถ้าไม่ได้ทำ

COMMENT